วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

พระสมเด็จ ยายขำ

พระสมเด็จ ยายขำสร้าง เนื้อกล้วยหอมมวลสารพระสมเด็จ
             พระสมเด็จ ยายขำมี 2 เรื่องเล่า เรื่องแรกยายขำเป็นอุบาสิกาที่คลุกคลีกับวัดระฆังตั้งแต่สาวๆ  ได้รู้เห็นการสร้างพระสมเด็จเป็นอย่างดี และมีพระสมเด็จอยู่หลายองค์ เวลาที่มีคนต้องการพระสมเด็จมีคนมาขอซื้อพระสมเด็จจากยายขำ ยายขำก็ขายให้ ขายจนหมดก็ยังมีคนมาขอซื้อกับยายขำอีก ยายขำคิดได้ว่าจะทำยังไงเลยถือวิสาสะที่มีความสนิทสนมกับทางวัดก็เลยไปเอาพิมพ์พระสมเด็จมาและนำปูนเปลือกหอยมาทำพระพิมพ์สมเด็จ พอพระแห้งดีก็นำออกมาขายจนร่ำรวย พอยายขำตายลูกหลานนำพระที่เหลือถวายคืนวัด ทางวัดก็แจกจ่ายไปตามที่มีคนมาขอ จนมีพระบางท่านพูดว่าจะเอาไปทำไมพระยายขำ หลวงปู่ไม่ได้ทำ
         ข้อมูลที่ 2 ยายขำเป็นนางกำนัลนำอาหารมาถวายหลวงปู่โตเป็นประจำ บางทีก็ช่วยกดพิมพ์พระบ้าง จึงเข้าใจขั้นตอนการสร้างพระสมเด็จเป็นอย่างดี คราวที่มีโรคระบาดผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก หลวงปู่โตไปเข้าฝันให้ไปนำพระสมเด็จของหลวงปู่มาทำเป็นน้ำมนต์ดื่มกินแล้วจะหาย ชาวบ้านเลยพากันไปขอพระสมเด็จจนหมดเกลี้ยง แต่ยังคงมีความต้องการของชาวบ้านอีกจำนวนมาก ยายขำเลยเกิดความคิดที่จะสร้างพระสมเด็จเองเลยไปขอพิมพ์พระสมเด็จและมวลสารต่างๆของวัดระฆังมากดพิมพ์ แล้วนำไปให้พระเกจิท่านไหนไม่ปรากฎชื่อช่วยอธิษฐานจิตปลุกเสกให้ เสร็จแล้วยายขำก็นำไปขายได้เงินจนร่ำรวย พระสมเด็จที่ยายขำกดพิมพ์นั้นปรากฎว่ามีคนไปใช้มีผลทางด้านแคล้วคลาด คงกระพัน เลยเป็นที่ต้องการของคนจำนวนมาก เมื่อยายขำได้ตายลงลูกหลานได้นำพระสมเด็จที่เหลือของยายขำไปฝังรวมกันที่พระเจดีย์ ตอนหลังน้ำท่วมพระเจดีย์ทรุดตัว พระสมเด็จยายขำก็แตกกรุออกมาประมาณ 100 กว่าองค์ฯ
        เรื่องแรกยายขำคงไม่ใช่อุบาสิกา เพราะอุบาสิกาจะไม่ถือวิสาสะหยิบของวัดโดยไม่ขออนุญาตพระทางวัดก่อน อุบาสกหรืออุบาสิกา ในยุคสมัยนี้มีน้อยมาก มัคนายก(ไม่ใช่มัคทายก) เป็นผู้นำบุญ ส่วนใหญ่เวลามีงานบุญที่วัด มัคนายกจะเป็นผู้นำบอกบุญ บอกกล่าวในพิธีสงฆ์ เชิญชวนชาวบ้านให้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มัคนายกเก่งๆ สามารถบอกศรัทธาชาวบ้านให้บริจาคทรัพย์ทำบุญกับทางวัดได้ปัจจัยเข้าวัดมากมาย มัคนายกจะใช้คำว่า ทายก ทายิกา (ผู้ให้ทานชาย ผู้ให้ทานหญิง) ส่วนคำว่าอุบาสก อุบาสิกานั้น จะถูกตัดออกจะไม่ค่อยได้ใช้แล้ว จะมีใช้ในวัดสายปฎิบัติ ที่จะมีคำว่า อุบาสกอุบาสิกาและทายกทายิกาฯ พุทธบริษัท 4 ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เมื่อทางเจริญทางวัตถุมากขึ้นจิตใจคนเริ่มเสื่อมลง ต่อไปพุทธบริษัท 4 คงจะเหลือแต่ ภิกษุเท่านั้น(เมื่อศาสนาพุทธเข้าถึงยุค 5000 ปี ภิกษุจะเหลือเครื่องหมายแห่งการเป็นภิกษุเพียงผ้าสีเหลืองผูกคอเท่านั้น) การจะเป็นอุบาสกหรืออุบาสิกาต้องประกอบไปด้วย
        1. ผู้ถึงรัตนไตร ว่า เป็นสรณะ
        2. ผู้มีศีล 5
        3. ผู้มีอาชีพเว้นจากการค้า 5 อย่าง การค้าอาวุธ การค้าสัตว์ การค้าเนื้อ(ที่เขาชำแหละเพื่อปรุงอาหาร) การค้าน้ำเมา การค้ายาเสพติดมีพิษ
        4. ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อผลของกรรม
        5. ไม่แสวงบุญนอกพระพุทธศาสนา ทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์ไม่ทำบุญกับผู้นำของศาสนาอื่น แต่การบริจาคทานทำได้ในทุกศาสนาเพราะไม่ได้ทำบุญกับผู้นำศาสนานั้น
        ดูเหมือนการเป็นอุบาสก อุบาสิกาจะง่ายแต่ไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ ลองพิจารณาดูทั้ง 5 ข้อทำได้สมบูรณ์หรือยังฯ
       พระสมเด็จหลายองค์ที่เซียนพาณิชย์เล่นกันก็มีพระสมเด็จยายขำปนอยู่ด้วย
          พระสมเด็จองค์นี้ที่ข้าพเจ้ารู้ว่าเป็นพระสมเด็จที่ยายขำสร้างนั้น เพราะว่าข้าพเจ้าถามองค์พระว่า หลวงปู่โตอธิษฐานจิตหรือเปล่า คำตอบคือไม่ แล้วมีพลังพุทธคุณมั้ย ก็มี ถามพระต่อไป พระมีอายุเกิน 100 ปีมั้ย ก็เกิน ข้าพเจ้าก็จับพระมาส่องพิจารณาใหม่ พระเนื้อปูนสุกปูนดิบมีการพัฒนาของเนื้อพระมีการงอกของเนื้อปูนสุกปูนดิบน้ำมันตังอิ๊ว พิมพ์ทรงของช่างสิบหมู่ เส้นซุ้มด้านบนมีการหดตัวม้วนขอบ คราบน้ำปูนยังมีให้เห็น พระไม่ได้ผ่านการใช้ พระอยู่ในเจดีย์ของยายขำ คราบกรุไม่มีเพราะพระไม่ได้ฝังไว้นานเก็บรักษาไว้ในไห น้ำท่วมเจดีย์พังเสียก่อน พระสมเด็จที่ไม่ผ่านการใช้เวลาแช่น้ำไว้ไม่นานก็จะมีคราบปูนจากองค์พระออกมาปกคลุมผิวพระ มากบ้างน้อยบ้างอยู่ที่ส่วนผสมขององค์พระ ยิ่งถ้าเป็นพระแก่ปูนน้ำปูนก็จะออกมามาก ลองเอาพระสมเด็จไปแช่น้ำดูก็ได้ ต้องเป็นพระแก่ปูนไม่มีส่วนผสมของปูนเพชร เพื่อความมั่นใจก็เลยไปหยิบองค์พระมาส่องใหม่ ตัวกินพระกำลังเดินเล่นอยู่เลย ถ่ายรูปไว้ดีกว่า พอจะถ่ายรูปจริงไม่รู้ตัวกินพระไปที่ไหนแล้ว บนโต๊ะจะวางพระสมเด็จไว้หลายสิบองค์ ตัวกินพระก็จะเดินไปเดินมาระหว่างพระสมเด็จ โต๊ะคอมฯก็ยังมี ตัวกินพระส่วนใหญ่จะมีอยู่ในตระกูลหลังเปลือกไม้ หลังปั๊มภาษาจีน เคยเจอ 3 ตัวอยู่ในพระองค์เดียว มีขนาดใหญ่สีน้ำตาลแก่ ขนาดเล็กตัวจะออกขาวใส น่าจะมีศิษย์หลวงปู่มากกว่า 30 ตัวที่อยู่ในบ้านขณะนี้ เกิดดับไปเรื่อยๆตามวัฎของเขา 
          คิดขึ้นมาได้ว่า มีพระสมเด็จที่ยายขำนำมวลสารของพระสมเด็จไปสร้างหลังจากที่หลวงปู่ได้มรณะภาพแล้ว ก็ถามองค์พระใหม่ก็ได้ความทันทีว่าพระองค์นี้ยายขำเป็นคนสร้าง มวลสารเป็นของหลวงปู่โต มีพลังพุทธคุณแรงแต่น้อยกว่าพระสมเด็จที่องค์หลวงปู่โตอธิษฐานจิต  แต่พระสมเด็จที่ยายขำสร้างก็มีพุทธคุณแรงกว่าพระเกจิในยุคนี้หลายองค์
         การถามองค์พระก็เป็นวิชาอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยสมาธิบ้าง แต่ไม่มากถึงขั้นอุปจารสมาธิ จิตมั่น  มีอุปกรณ์คือเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรมาก ฝึกบ่อยๆก็จะชำนาญเองฯ








การหดตัวม้วนขอบของซุ้มครอบแก้ว 


การหดตัวม้วนขอบของแขนพระ การงอกของเนื้อปูนดิบในส่วนบนขององค์พระที่มีการพัฒนาช้ากว่าเนื้อปูนสุก

การงอกของเนื้อปูนสุก





               พระสมเด็จที่ยายขำสร้าง ก็มีพุทธคุณเช่นกันถึงแม้จะน้อยกว่าพระสมเด็จที่หลวงปู่โตอธิษฐานจิตก็ตาม ในผงกฤติยาคมของหลวงปู่โตที่ยายขำนำมาสร้างพระนั้นก็มีพุทธคุณเหมือนกัน แต่ก็จะต่างจากพระสมเด็จ ลุงแฉล้มหรือพระสมเด็จสามวัด ที่นำเศษพระหัก 3 วัดมารวมอยู่ในองค์เดียวกันโดยไม่ต้องผ่านพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกอีก พระสมเด็จวัดระฆังหักครึ่งก็ยังมีคนนำมาห้อยบูชา พุทธคุณก็ไม่ได้น้อยลงไปเลย

1 ความคิดเห็น: