วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน หรือพระขุนแผนเนื้อวัดระฆัง

 

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนด้านหน้าเนื้อขาวนิยม

พระสมเด็จวัดระฆัง

  หลวงปู่โตเป็นลูกศิษย์ของขรัวตาแสงแห่งวัดมณีชลขันธ์ ลพบุรี หลวงปู่โตได้เรียนวิชาย่นระยะทาง การสร้างพระเครื่อง

  วิชาย่นระยะทางมีการกล่าวถึงหลายครั้ง เรื่องที่มีเจ้าภาพนิมนต์หลวงปู่ไปงานมงคลแห่งหนึ่งแต่ระยะทางไกลมากต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันแต่หลวงปู่โตออกเดินทางช้ากว่านั้นคือหลวงปู่ออกเดินทางก่อนเวลางานเพียง 3 ชม. แต่หลวงปู่โตไปทันงานนั้น ซึ่งก็มีการถามเจ้าภาพแล้วว่าหลวงปู่โตไปถึงก่อนเวลางาน

   หลวงปู่โตมักจะหายตัวไปบ่อยๆที่หลายครั้งพระเจ้าอยู่หัวต้องให้คนมาตามว่าท่านอยู่ไหน สบายดีหรือเปล่า เขาพูดกันว่าหลวงปู่โตมักจะไปเมืองลับแลหรือเมืองบังบดไปแดงธรรมให้ชาวบังบดฟังและหลวงปู่โตมักไปอยูที่นั้นนานๆ แต่พอหลวงปู่โตได้ข่าวว่ามีคนจากพระเจ้าอยู่หัวมาตามท่านๆก็จะมาทันที เพราะเมืองลับแลนั้นเขาว่าอยู่แถวหลังพระพุทธบาทสระบุรี หลวงปู่โตใช้วิชาย่นระยะทางมาเมืองลพบุรีแป๊บเดียว มาเจอมหาดเล็กของพระเจ้าอยู่หัว เพื่อไม่ให้พระเจ้าอยู่หัวต้องเป็นกังวล

   การไปเมืองลับแลนั้นหลวงปู่โตได้รับวัตถุธาตุศักดิ์สิทธิ์หลายอย่างที่ชาวบังบดถวายให้เพื่อนำมาผสมลงในพระเครื่องที่หลวงปู่โตจะสร้างไว้สืบทอดพระศาสนาต่อไป

   เมื่อหลวงปู่โตเรียนวิชาจนหมดสิ้นจากขรัวตาแสงแล้ว หลวงปู่โตคิดจะสร้างพระเครื่องขึ้นมาเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ในเวลานั้นยังคิดหาแม่พิมพ์หรือแบบที่สร้างยังไม่ได้ หลวงปู่โตจึงนำพระกรุต่างๆมาสร้าง ที่เขาเรียกว่าสร้างล้อพิมพ์ มีพิมพ์ พระขุนแผน พิมพ์ซุ้มกอ พิมพ์พระพุทธชินราช พิมพ์พระรอด ฯลฯ พระเครื่องชุดนี้มีสร้างไว้ไม่มากเนื่องจากเริ่มที่จะสร้างและยังหาเอกลักษณ์ไม่ได้ ซึ่งต่อมาก็ได้พระพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฝักและพัฒนาเนื้อและพิมพ์ต่างๆมาเป็นอันดับจนลงตัว พระเครื่องชุดนี้พบเห็นน้อยมาก บางคนที่มีเก็บไว้ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นพระเครื่องที่หลวงปู่โตสร้าง เพราะไปยึดติดกับพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฝัก

  พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนองค์นี้ หลายคนที่ศึกษายังไม่ดีพอจะคิดว่าเป็นพระขุนแผนเนื้อทับข้าว ซึ่งพระขุนแผนเนื้อทับข้าวนั้นเนื้อจะแกร่งกว่าพระขุนแผนองค์นี้เป็นอย่างมาก

  พิจารณาจากเนื้อพระก็เป็นของวัดระฆัง

   สัมผัสญาณองค์พระ

  มีญาณของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ในภัทรกัปนี้

  มีญาณหลวงปู่ใหญ่หรือหลวงปูโลกอุดร

  มีญาณขรัวตาแสง วัดมณีชลขันธ์

  มีญาณหลวงปู่โต

   เรื่องสัมผัสญาณมีหลายคนสัมผัสได้ และข้าฯก็ให้หลายคนสัมผัสรับรู้ได้โดยอธิษฐานจิตตามข้าฯ

   มีคนมาถามข้าฯว่า ข้าฯได้พระอะไรมา ข้าฯบอกว่าพระของหลวงปู่โตแล้วข้าฯก็ยื่นพระให้เขาดู เขารับแล้วรีบคืนทันที เขาบอกว่าอาจารย์ผมแน่นหน้อกจุกไปเลย ผมยังไม่ทันทานข้าวเที่ยงเลยผมจะทานไหวมั้ยเนี่ย พระของอาจารย์มีแต่แรงๆทั้งนั้น (เขาเคยสัมผัสพระของข้าฯไปหลายครั้ง)

   #พระแท้มีพลัง

   

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนด้านหลัง


พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนเนื้อและมวลสารแบบพระสมเด็จ

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนเนื้อขาวนิยม

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน

                                              พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน


วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565

พระสมเด็จวัดระฆังEP14(หลังพระราชลัญจกร ร ๔)พลังพุทธานุภาพสูงมาก

พระสมเด็จวัดระฆังหลังพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ฟังและพิจารณาด้วยนะครับ จะเชื่อหรือไม่เชื่อจะศรัทธาหรือไม่ศรัทธาก็พิจารณากันเองนะครับ เช้าวันหนึ่งผมกำลังจะสวดมนต์ได้มีคนส่งรูปพระสมเด็จมาให้ดู ผมเห็นด้านหลังองค์พระเป็นลายพระราชลัญจกรรัชกาลที่ 4 ตอนแรกผมไม่ค่อยจะสนใจมากนักเพราะจะเคยเห็นพระสายวังแบบนี้มาแล้ว แต่รูปพระที่ส่งมาเป็นเนื้อพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์สวยเนื้อสวยมาก.. จี๊ดๆๆ กระแสพลังมาลงกลางกระหม่อมมากระตุ้นจักกระที่ ๗ ส่วนใหญ่ผมจะรู้สึกขนลุกมากกว่าที่จะเกิดอาการอย่างนี้ คือเหมือนมีเข็มมาแทงที่กลางกระหม่อม เสียวแปล๊บ จะเจ็บก็ไม่เจ็บฯ เป็นกระแสพลังขององค์พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นี้หรือไม่ ผมก็เลยนัดเจอกันกับคนที่ส่งรูปพระมาให้ผมดู ขณะที่ผมคุยกับคนที่นำพระมาให้ผมๆก็หยิบพระองค์นี้มาแล้วอธิษฐานและส่งจิตไปให้เขาและถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง เขาบอกว่า มีอาการตุ๊บๆที่หน้าผากครับ ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาผมทดสอบเขาๆจะรู้สึกร้อนผ่าวๆที่หน้า คล้ายๆหน้าเห่อเป็นลมพิษ ขณะที่คุยกันเขาก็จะรู้สึกตุ๊บๆที่หน้าผากตลอดเวลา เวลานี้ผมจะลองใช้วิธีนี้ในการให้คนอื่นสัมผัสพลังพระเองโดยผมหยิบพระขึ้นมาอธิษฐานและให้เขาสัมผัสเอง แทนที่เขาจะเป็นคนจับพระและอธิษฐานจากที่ผมบอกก็ต้องทดสอบหลายวิธี มีความก้าวหน้าและพัฒนาเรื่องการสัมผัสพลังที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งส่วนใหญ่อาการที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากคนที่คุยกับผมแล้วผมได้ปรับมาใช้ฯ เมื่อผมนำพระสมเด็จวัดระฆังกลับมาที่บ้าน ผมก็นำกล้องมาส่องดูแล้วอธิษฐานถามถึงเหตุการณ์ที่ผมสัมผัสเมื่อเช้า อาการมาทันทีไม่สามารถยั้งได้ อ๊วก ๆ ๆ โอ้โห! ตั้งแต่สัมผัสพลังพระมายังไม่เคยเจอแบบนี้เลย เป็นเพราะอะไร มีอะไรพิเศษกว่าที่คิดไว้หรือยังไง ผมก็อธิษฐานว่าพระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้หลวงปู่โตร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยหรือไม่ เงียบ! ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอ๊! เป็นไปได้อย่างไร แปลกมากๆ ไม่ว่าจะจับองค์พระโดยตรงหรือดูรูปจากคอมฯ เพราะรูปจะใหญ่อาจจะชัดเจนขึ้น ก็ยังเงียบอีกไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น ถ้าในยุคนี้ไม่ใช่หลวงปู่โตแล้วจะมีใครได้อีก ผมก็นึกไปถึงกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์เท่านั้นแหละกระแสพลังมาทันทีเลย ยังไม่ทันได้อธิษฐานแค่นึกกระแสพลังก็มาแล้ว พอนึกถึงหลวงพ่อเงินวัดบางคลานมาร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยหรือไม่กระแสพลังก็มาทันทีเช่นกัน ผมคิดต่อไปว่าคงไม่ใช่เท่านี้แน่นอน นึกถึงพระโพธิสัตว์หลายร้อยพระองค์กระแสพลังก็มาด้วย(ไม่ไปไล่ตัวเลขว่าเท่าไหร่แน่นอน รู้เท่านี้ก็ดีแล้ว) ญาณพระมหาจักพรรดิก็มา อ้วก ๆ ๆ เอาอีกแล้วคราวนี้ทำเอาน้ำตาไหลอีกด้วย พอแหละเท่านี้ อ้วกจนแสบคอ ไม่ต้องอยากไปรู้อะไรอีก ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔เป็นสำคัญ (ใครจะเชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ดี แล้วแต่วาสนาของท่าน) “พระจักรพรรดิราช” มีแก้ววิเศษทั้ง ๗ ประการ อันได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว รัตนะ (หรือที่ในอุษาคเนย์เรียกอย่างจำเพาะเจาะจงลงไปว่า แก้วมณีโชติ) นางแก้ว ขุนคลังแก้ว และขุนพลแก้ว โดยแก้วแต่ละประการก็มีคุณลักษณะวิเศษแตกต่างกันไป๑ คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว และม้าแก้ว เป็นสัญลักษณ์ของพระราชพาหนะ ที่จะนำเสด็จองค์พระจักรพรรดิไปยังสถานที่ต่างๆ โดยรวดเร็วตามพระทัยปรารถนา -แก้วมณีโชติ เป็นสัญลักษณ์แห่งการทำมาหากินของราษฎร -นางแก้ว เป็นที่จำเริญพระทัย -ขุนคลังแก้ว ทำให้เจริญพระราชทรัพย์ -ส่วนขุนพลแก้วนั้น ทำให้สำเร็จซึ่งสรรพกิจทั้งปวง และก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่ต้องเป็น “ราชบุตรผู้ใหญ่แห่งสมเด็จบรมจักรพรรดิราช” นั่นเอง ผมมีพระกริ่งปวเรศที่ปลุกเสกหลาย ๑๐ พรรษา ผมยังไม่มีอาการแบบนี้เลย มหัศจรรย์จริงๆ สาธุ สาธุ สาธุ พระสมเด็จวัดระฆังหลังพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔ หลวงปู่โตไม่ได้ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสก เวลานั้นหลวงปู่โตไปไหนนะ เคยบอกไปแล้วว่าเวลานั้น หลวงปู่โตถูกรัชกาลที่ ๔ ขับออกจากอาณาจักรของพระองค์ พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้มีการลงรักไว้ด้วยแต่รักหลุดร่อนไปหมดแล้ว พิจารณาพิมพ์ทรงคมชัดการกดพิมพ์มีความพิถีพิถันมากองค์พระและพระราชลัญจกรติดคมชัดสวยงามเป็นพระสมเด็จที่สวยสมบูรณ์มาก ซุ้มระฆังหรือซุ้มครอบแก้วใหญ่แบบหวายผ่าซีกหน้าอกหนาใหญ่แบบอกกระบอกเนื้อพระด้านหน้าแตกลาย การแตกลายสลับซับซ้อนมองแล้วมีเสน่ห์มากกว่าเนื้อเรียบๆมีหนอนด้นปู่ไต่อาจจะมีปริแยกบ้าง แต่พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้งามจริงๆ ฝีมือช่างหลวงฯ พระสมเด็จวัดระฆังหลังพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔ มีสร้างไว้หลายครั้งหลายเนื้อ ซึ่งก็มีความแตกต่างเรื่องพลังและการปลุกเสกที่อาจมีพระสมเด็จบางชุดที่หลวงปู่โตปลุกเสก คือผมมีพระสมเด็จชุดนี้สัมผัสได้อย่างนี้ก็บอกไปตามที่สัมผัส ส่วนพระสมเด็จที่สร้างวาระอื่นผมไม่มีเก็บไว้ก็บอกอะไรไม่ได้ครับ http://ariyathum.blogspot.com/2020/05... https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410, 080 629 2955

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP13(เนื้อชมพูว่านมหาราชแดง)

   พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อชมพูผสมว่านมหาราชแดงไม่ค่อยพบเห็น ลองไปเสิร์ชหาดูจะไม่พบเห็นเลย การสร้างพระสมเด็จในสมัยนั้นนิยมนำว่านชนิดต่างๆมาผสมในองค์พระบางที่ก็นำเนื้อว่านมาบด บางทีก็นำน้ำว่านมาผสมแล้วแต่เนื้อว่านแต่ละชนิดที่มีลักษณะความอ่อนแข็งต่างกัน อย่างการสักยันต์มีทั้งสักหมึกและสักด้วยน้ำว่าน การสักด้วยน้ำว่านก็จะตำว่านให้ละเอียดห่อด้วยผ้าขาวแบบลูกประคบไปวางบนหม้อดินที่ต้มน้ำเดือดกะได้ทีก็จะนำผ้าห่อว่านนั้นมาบิดให้น้ำว่านออกมาทำอย่างนั้นหลายๆเที่ยวแล้วเอาน้ำว่านนั้นผสมกับนำมันงาบ้างน้ำมันจันทร์บ้างแล้วนำมาสักยันต์ให้กับคนๆนั้น เวลานี้ว่านที่สำคัญหลายชนิดไม่ค่อยมีใครปลูกกันแล้วมีแต่ว่านเสน่ห์เมตตาค้าขายที่นิยมมาปลูกหรือเลี้ยงไว้ตามร้านค้าเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน แต่ก็มีเห็นน้อยแล้วเพราะต้องมีความศรัทธาและวิธีปฏิบัตด้วย ว่านที่ร้านค้านิยมมาปลูกกี่จะมี ว่านเถาวัลย์หลง ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว เสน่ห์จันทร์แดง ว่านนางกวัก ว่านตระกูลเศรษฐี ฯลฯส่วนใหญ่ในเวลานี้ไปนิยมเบอร์มือถือเลขมงคลมากกว่ามาปลูกว่าน
ว่านมหาราชสรรพคุณ คำว่าว่า "มหาราช" หมายถึงมีอำนาจวาสนาบารมีเป็นใหญ่เป็นโต มีทรัพย์สินเงินทอง ข้าทาสบริวาร พระสมเด็จวัดระฆังผสมว่านมหาราชชุดนี้มีชุดธรรมดากับชุดพิเศษคือชุดพิเศษด้านหลังองค์พระจารปี พ.ศ.ที่สร้างและอักขระ พระสร้างปี พ.ศ.๒๓๘๕ ที่พิเศษเพิ่มไปอีกคือพระสมเด็จวัดระฆังผสมว่านมหาราชที่อธิษฐานจิตปลุกเสก ๒๐ พรรษาคือพระที่สร้างปี พ.ศ.๒๓๗๕และอธิษฐานจิตปลุกเสกถึงปี พ.ศ.๒๓๙๕ พระสมเด็จวัดระฆังชุดอธิษฐานจิตปลุกเสก ๒๐ พรรษามีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระสมเด็จทั้ง ๒ ชุดแรกและสูงกว่าพระสมเด็จวัดระฆังทั่วไปพระสมเด็จวัดระฆังของเซียนพระทั้งหลาย คนที่สามารถสัมผัสพลังพระได้จะรู้ว่าพระองค์ไหนมีพลังที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่จะใช้วิธีวัดคืบ วิธีใช้ลูกดิ่งเพนดูลั่ม ก็สามารถตรวจเช็คได้ว่าพระสมเด็จองค์ไหนมีพลังมากกว่ากันแต่ไม่รู้ว่าพลังที่แตกต่างกันนั้นเป็นยังไง อักขระที่จารส่วนใหญ่ก็จะมี "นะชาลีติ" "นะมะพะทะ" "นะมะอะอุ" "พุทธะสังมิ" https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP12(เนื้อเทียนชัย)

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัย ส่วนผสมหลักคือเนื้อเทียนชัยมีทั้งสีเหลืองน้ำตาลและสีขาวและผสมด้วยผงกฤติยาคม โดยเฉพาะเทียนชัยก็มีคุณวิเศษอยู่แล้ว เทียนชัยที่จุดในพิธีพุทธาภิเษกพระเครื่องแต่ละครั้งนำมาเป็นวัตถุหลักในการสร้างพระ พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยมีความโดดเด่นด้านการปกครองเป็นผู้บริหารเป็นหัวหน้างาน มีชัยต่ออุปสรรคทั้งหลายและหาชมของจริงได้ยากมาก ส่วนใหญ่ที่เห็นเป็นพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อแก่น้ำมันที่ดูคล้ายเทียน ลองดูพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยที่นำเสนอ ๒ องค์นี้ว่ามีเนื้อต่างแตกต่างจากของที่อื่นอย่างไรบ้าง พระสมเด็จวัดระฆังทั้ง ๒ องค์นี้ซุ้มระฆังหรือซุ้มครอบแก้วเล็กแบบเส้นลวดจะเป็นพระสมเด็จยุคกลาง พระสมเด็จยุคปลายยังไม่เคยเห็นสร้างเนื้อพระเทียนชัยแบบนี้ พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยสามารถนำของมีคมหรือมีดมาปาดเบาๆด้านหลังองค์พระเนื้อเทียนจะหลุดออกมาเป็นแผ่นเลยทีเดียว ถ้ากดมีดแรงและลึกเนื้อเทียนก็จะหลุดมาเป็นแผ่นหนา เวลาปาดมีดก็ต้องระวังกดเบาๆหรือใช้เล็บจิกไปที่เนื้อพระก็จะเป็นรอยจิกแต่ถ้าเป็นพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อน้ำมันจะใช้เล็บจิกหรือมีดปาดเนื้อพระจะไม่หลุดออกมา การพัฒนาของพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยจะแตกต่างจากพระสมเด็จเนื้ออื่นๆที่จะนำมาพิจารณาแบบเดียวกันไม่ได้ รอยปริแยก ย่น ยับ เหี่ยว จะต่างกัน พระสมเด็จเนื้อเทียนชัยจะไม่เห็นรอยแตกลานแบบแตกลายงา แตกลายสังคโลก แตกลายไข่นกปรอด แต่ก็ไม่รู้ได้ว่าถ้าพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยโดนความร้อนระดับไหนกี่องศาจึงจะเปลียนรูปทรง ขบวนรถแห่เทียนพรรษาทั้งวันโดนความร้อนและอุณหภูมิร้อนขนาดนั้นก็ยังไม่ละลายเปลี่ยนรูปทรงนะ https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP11เนื้อกระแจะจันทร์

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อกระแจะจันทร์ พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อนี้หาชมของจริงได้ยากมาก เปรียบเทียบกับพระสมเด็จองค์อื่นที่โชว์กันอยู่ในเวลานี้จะมีความแตกต่างกัน ถึงแม่ว่าพระสมเด็จองค์นั้นเนื้อพระจะมีความหอมแต่ก็จะหอมไม่นาน ก็ต้องพิจารณาว่าความหอมมาจากไหน เจ้าของวางใส่พานบูชาด้วยเครื่องหอมมี ดอกไม้ แป้งร่ำ แป้งกระแจะจันทร์และเครื่องหอมอื่นๆ ใช่ว่าพระสมเด็จองค์นั้นจะเป็นพระสมเด็จเนื้อกระแจะจันทร์ พระสมเด็จผสมว่านกระแจะจันทร์องค์นี้เดิมถูกเก็บอยู่ในกล่องปิดไว้อย่างดีเมื่อเปิดกล่องนำพระมาส่องจะได้กลิ่นหอมเย็นๆมาเตะจมูก เมื่อนำพระออกมาจากกล่องมาไว้ข้างนอกไม่นานกลิ่นก็จากหายไป สีผิวและเนื้อพระคล้ายแผ่นไม้ การพัฒนาของเนื้อพระจะแตกต่างจากเนื้อปูนสุกปูนดิบทั่วไปและแตกต่างจากเนื้อพระอื่นๆด้วย พระสมเด็จวัดระฆังนั้นมีหลายเนื้อจะพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ว่านกระแจะจันทร์มีคุณสมบัติทางด้านเสน่ห์มหานิยม วาจามีเสน่ห์ การค้าการขาย สมัยก่อนนิยมมาทำเป็น แป้งเจิม กระแจะจันทร์ คือแป้งที่ใช้เจิมหน้าผากบ่าวสาวในงานแต่งงาน และยังถือเป็นของมงคลที่สามารถนำมาเจิมบ้าน เจิมเสาเอกได้อีกด้วย ส่วนกระแจะจันทร์เป็นเครื่องหอมไทยที่มีมานานมาก ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีการคิดปรุงเครื่องหอมไทย พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อกระแจะจันทร์องค์นี้พระพักตร์แบบผลมะตูมซึ่งเป็นพระพักตร์ที่สวยงามและหาพบเจอยากมาก ส่วนใหญ่จะเป็นพระพักตร์กลมแบบไข่หรือเม็ดพริกไทยและพระพักตร์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่รู้จักกันมากในพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ลุงพุฒ ยังมีพระพักตร์ตั๊กแตนที่จะมีในพระสมเด็จยุคกลาง พระสมเด็จยุคปลายยังไม่พบเห็น พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อกระแจะจันทร์องค์นี้เส้นสังฆาฏินูนเล็กน้อยพองาม และพระพักตร์ของพระสมเด็จองค์นี้จะเอียงขวาเล็กน้อยแบบพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นิยมและเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของพระสมเด็จวัดระฆัง สังเกตุพระเกศก็จะเอียงขวาเล็กน้อยดูจากสันนูนตรงกลางและเนื้อพระเกศทั้ง ๒ ข้างซ้ายขวาจะไม่เท่ากันฯ https://www.facebook.com/PhraSomdejWa...