วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP08(พิมพ์หลังร่องสวนสีน้ำตาล)


พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังร่องสวนชุดที่ ๒ เนื้อพระสีน้ำตาล พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นี้ เคยมีชมรมสอนการเรียนรู้พระสมเด็จนำมาเผยแพร่ให้สมาชิกได้เรียนรู้ โดย ทางแอดมินเรียกพระสมเด็จพิมพ์หลังร่องสวนนี้ว่า พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังกระดองเต่าพันปี ไม่กี่วันต่อมาผมก็ได้พระสมเด็จพิมพ์นี้มาครอบครองหลายองค์ ผมถามผู้ขายว่าได้มาอย่างไร เขาบอกว่า ได้มาจากผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเป็นพระเก่าเก็บจากบ้านเจ้านายเข้าใจว่าจะมีเชื้อเจ้า เป็นวังเจ้าอยู่หลังสวนวัดระฆังในสมัยนั้น ผมก็เก็บสะสมไว้ได้จำนวนหนึ่ง และได้นำมาโพสลงในชมรมนี้ และเริ่มเรียกว่าพระสมเด็จพิมพ์นี้ว่าพิมพ์หลังร่องสวน หรือพิมพ์หลังสวน แอดมินได้นำพระสมเด็จพิมพ์นี้ลงโพสลงในชมรมอีก ๒ องค์ โดยบอกว่าเป็นของนายพล ๒ ท่าน บูชามาองค์ละ ๓๐ ล้านบาท ต่อมาก็มีคนโพสรูปพระสมเด็จพิมพ์นี้ลงในชมรมหลาย ๑๐ คน ไม่กี่วันต่อมาถูกลบข้อมูลทิ้ง ผมก็เซฟข้อมูลไว้ไม่ทันว่า นายพลทั้ง ๒ ท่านมีชื่อว่าอะไรบ้าง เพราะมีหนังสือองค์งามออกมาปรากฏให้เห็น เป็นพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ทรงลักษณะนี้ทั้งเล่ม หนังสือมีความหนามาก เซียนพันทิพก็มีพระสมเด็จพิมพ์นี้เปิดให้บูชาที่ ๓๐ ล้านบาท ก็ต้องเก็บเข้ารังของตัวเองไป มีเด็กคนหนึ่งมาบอกผมว่าเขาได้ไปคุยกับเซียนคนนี้แล้วเขาเปิดราคาไว้ ที่ ๓๐ ล้านบาทจริงๆและถ่ายรูปมาให้ผมดูด้วย สรุป พระสมเด็จแท้พิมพ์ไหนเนื้อไหนถ้ามีจำนวนมากเซียนจะไม่เล่น เพราะเล่นแล้วปั่นราคาไม่ได้ จริงหรือไม่ก็พิจารณาดูครับ แต่ละวันการสร้างพระแต่ละครกไม่มีเหมือนกัน อยู่ที่ส่วนผสมและคนที่ตำมวลสาร วันนี้อาจเป็นคนนั้นวันนั้นอาจเป็นคนนี้มือหนักเบาในการผสมมวลสารที่ต่างกัน พอสร้างเสร็จพระแห้งดีแล้วองค์หลวงปู่โตก็นำไปปลุกเสกอธิษฐานจิตแล้วเสร็จก็นำไปแจกคนที่ใส่บาตรกับหลวงปู่บ้าง ประชาชนที่มาขอไปบูชาบ้าง ฯ ซึ่งต่างจากพระสมเด็จในวาระนี้ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๑๑ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ ๕ พระเครื่องที่สร้างในวาระนี้ถือว่าสุดยอดที่สุดของประเทศไทย ไม่มีพระเครื่องวาระอื่นใดเทียบได้( ยกเว้น พระสมเด็จชุดพิเศษที่ปลุกเสกหลายพรรษา พระสมเด็จที่มีการจารอักขระเพิ่มเติม พระสมเด็จชุดพิเศษที่มีคนรู้น้อยมาก ) เนื่องจากว่าในปี พ.ศ. ๒๔๑๑ นั้นได้มีการเชิญพระเกจิอาจารย์ดังใสมัยนั้นมาร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วย และที่ขาดไม่ได้ ก็หลวงปู่โต กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์จึงทำให้พระสมเด็จที่สร้างในวาระนี้มีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระสมเด็จทั่วๆไปด้วยเหตุนี้ https://pudthosangkho.blogspot.com/20... https://www.facebook.com/PhraSomdejWa...

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP06พิมพ์วัดสะตือหลังจารยันต์


พระสมเด็จพิมพ์วัดสะตือหลังจารยันต์แบบเดียวกับก้นพระกริ่งปวเรศยุคต้นตามตังอบ่างที่มานำเสนอให้ชมด้วยมี พระสมเด็จพิมพ์วัดสะตือชุดนี้เป็นชุดพิเศษเหมือนกับหลายพิมพ์หลายชุดที่ด้านหลังองค์พระมีรอยจารด้วยดินสอ พิจารณาตัวอักขระแบบเดียวกับพระกริ่งปวเรศยุคต้น ลายมือก็เหมือนกัน พระสมเด็จวัดระฆังที่มีรอยจารด้านหลังจึงมีพลังพุทธานุภาพเพิ่มขึ้นกว่าพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เดียวกันที่สร้างวาระเดียวกัน แม้แต่พระสมเด็จวัดระฆังที่สร้างในวาระอื่น บางคนสนใจพิมพ์ทรงต้องตามตำราเซียน บางคนสนใจมวลสารต้องตามตำราว่าต้องมีมวลสารอะไรบ้าง ซึ่งต้องใช้วิทยาศาสตร์มาพิสูน์เนื้อหามวลสารจะเป็นกล้องขยายขนาด 1,000 เท่าหรือในเวลานี้มีการพิสูจน์DNA ด้วย พระสมเด็จวัดระฆังเมื่อพิสูจน์ออกมาแล้วว่าแท้ก็ต้องแท้ มีผลต่อการเก็บไว้บูชาหรือซื้อขายเปลี่ยนมือ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าพระสมเด็จองค์นั้นมีพลังพุทธานุภาพมากน้อยแค่ไหน สำหรับคนที่ไม่สนใจเรื่องพลังพระก็ไม่มีอะไร แต่คนที่สนใจเรื่องพลังพระจะห้อยพระขึ้นคอก็ต้องเป็นพระที่มีพลังแรงพลังคุ้มครองก็มีรัศมีกว้างออกจากตัวหลายเมตรไม่ใช่คุ้มครองเฉพาะตัวเราคนเดียวเท่านั้น ตัวอย่างพระเครื่องที่มีคุณวิเศษทางด้านปกป้องคุ้มครองภัย ถ้าพระพลังน้อยก็คุ้มครองเราได้แค่คนเดียวและครอบครัวเราคุ้มไม่ได้ แต่พระสมเด็จวัดระฆังที่มีพลังแรงสามารถคุ้มภัยเราได้ทั้งครอบครัวในกรณีขับรถยนต์แล้วเกิดอุบัติเหตุพระคุ้มครองเราได้ทั้งคันกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นพระคุ้มครองเราได้คนเดียวครอบครัวที่เหลือ......... คิดดูก็แล้วกันว่าท่านชอบพระอย่างไหน ยังไม่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ในเวลานี้ที่สามารถพิสูจน์พลังขององค์พระหรือพลังแฝงในองค์พระที่ต้องมีอะไรไปกระตุ้นให้พลังงานนั้นปรากฏออกมา ซึ่งตาเปล่าไม่สามารถเห็นได้เลยนอกจากกระแสพลังงานขององค์พระมากระทบตัวคนนั้นให้มีความรู้สึกอย่างเช่น เกิดอาการขนลุก ขนลุกมีหลายระดับ อ่อนที่สุดขนลุกขึ้นแขนข้างเดียว ขนลุกแขนทั้ง 2 ข้าง ขนลุกทั้งตัว ขนลุกทั้งตัวขึ้นศีรษะ แน่นหน้าอก จุก ขนลุกจากเท้าขึ้นหัว อาการร้อน อาการเย็น พลังบีบอัดทั้งตัวมึนศีรษะ พลังสูงสุดร่างกายทนไม่ไหวต้องปล่อยวางทันทีอย่าไปอยากรู้อยากเห็นต่อไป ฝืนไม่ได้อาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด เพราะก็ยังไม่มีใครฝืนเลย อย่างที่บอกบางคนถึงมึนและปวดศีรษะข้ามวันเลยทีเดียว แต่ก็มีหลายคนที่สัมผัสพลังพระสมเด็จวัดระฆังที่มีรอยจารรู้สึกว่าพลังแรงมาก บางคนแค่เห็นรูปก็มีอาการขนลุกแล้ว ปวดหัว หัวใจเต้นแรง ก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้าเรื่องไม่จริงไม่กล้าที่จะบอก เพราะกรรมจะตกอยู่กับตัวผมเองที่ไปเล่าเรื่องโกหกคนอื่น สำหรับท่านที่สนใจที่จะบูชาพระสมเด็จวัดระฆังองค์ใดองค์ 1 ในชุดนี้ โทรมาคุยตกลงเงื่อนไขกับผมให้เป็นที่เรียบร้อย ถ้าพระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่ถูกโฉลกกับท่านเมื่อท่านอธิษฐานจิตตามที่ผมบอกท่านอาจสัมผัสกับพลังพระได้ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยสัมผัสกับพลังพระมาได้ก่อนเลย ท่านฟังดูแล้วคิดว่ายังไง แปลกหรือไม่ และถ้าท่านอธิษฐานจิตตามที่ผมบอกแล้วสัมผัสพลังพระได้จริง ท่านคิดว่ายังไง การสัมผัสพลังพระโดยไม่ต้องจับองค์พระเพียงดูที่รูปพระและทำตามผมก็สัมผัสพลังพระได้ และท่านอาจจะหารูปพระสมเด็จวัดระฆังของใครก็ได้ จะเป็นพระสมเด็จองค์ดัง องค์ครูก็ได้ นำมาประกบกับพระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้แล้วส่งรูปมาที่ไลน์ของผม อธิษฐานจิตตามผมบอกดูว่าพระสมเด็จวัดระฆังองค์ไหนของใครจะมีพลังที่แรงกว่ากัน ผมให้ท่านพิสูจน์ถึงขนาดนี้เลย มีใครที่ไหนที่ให้ท่านได้ขนาดนี้ พระสมเด็จวัดระฆังที่ท่านชอบอาจจะดูสวยบางทีอาจเป็นแค่เครื่องประดับก็เป็นไปได้คือพระไม่มีพลัง หรือเป็นพระที่พลังน้อยกว่าองค์นี้มาก ท่านชอบแบบไหน คนมีบารมีจะได้ครอบครองพระสมเด็จวัดระฆังแท้ที่มีพลังพุทธานุภาพสูง ความแตกต่างรอยจารของพระกริ่งปวเรศและพระสมเด็จวัดระฆัง ก้นพระกริ่งปวเรศ อักขระตัวบนคือตัว"อิ" ที่หมายถึงหัวใจพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ตัว"อิ"ที่มาจาก "อิสวาสุ" ที่หมายถึง หังใจพระรัตนตรัย ....ส่วนด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆังอักษรตัวบนที่อยู่ตรงกลางคือ"นะมหาละลวย"ที่จะไปปรากฎอยู่ที่ตรงด้านหลังไหล่ขวาของพระกริ่งปวเรศ มีตัวอย่างให้ชมและพิจารณา https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

พระกริ่งปวเรศEP24 (หลังจารยันต์เฑาะว์ พิมพ์จุกสร้างปี พ.ศ.๒๔๐๐)


พระกริ่งปวเรศ พิมพ์จุก สร้างปี พ.ศ.๒๔๐๐ องค์พระผิวสีน้ำตาลเข็มเกือบดำ บัวหลังด้านซ้ายจาร พ.ศ. ๒๔๐๐ บัวหลังด้านขวาจาร "นะมะพะทะ" หลังองค์พระจารยันต์"เฑาะว์" ยันต์เฑาะว์ นี้มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง มีรูปแบบมากมายหลายแบบ ยันต์เฑาะว์นี้ เป็นยันต์แก้วสารพัดนึก เป็นของวิเศษที่มีพุทธคุณสูงมากพระธรรมในพระพุทธศาสนาของพระพุทธองค์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ล้วนสรุปรวบยอดลงในยันต์เฑาะว์ตัวเดียวนี่ ตามตำนานแล้วกล่าวว่าพระฤษี ๑๐๘ ตนเป็นผู้ชักยันต์นี้ขึ้นมา จึงมีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ถือเป็นยันต์ครูที่ต้องศึกษา ยันต์เฑาะว์ พุทธคุณพลิกแพลงใช้ได้สารพัด แล้วแต่ครูบาอาจารย์จะเรียนสูตรไปทางด้านไหน เด่นในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย ขับไล่ภูติผีปีศาจ เจรจาค้าขาย มหาอุดหยุดลูกปืน แก้โรคภัยไข้เจ็บทั้งภายในและภายนอก พระแท้มีพลังสัมผัสได้ พระกริ่งปวเรศชุดนี้มีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำทั่วไปที่ว่าได้สร้างไว้ ๓๐ องค์และไม่นานมานี้บอกว่ามีเพิ่มมาอีก ๑๐๐ องค์ มีทั้งหนังสือพิมพ์บางฉบับและหนังสือพระเครื่องบางเล่มได้ลงรายละเอียดเอาไว้ โดยบอกว่าหลวงชำนาญขออนุญาตกรมพระยาปวเรศสร้างเพิ่ม ทำไมข้อมูลนี้พึ่งจะมาบอกไม่กี่ปีนี้เอง ท่านก็ลองพิจารณาดูครับว่ามีเหตุผลอะไร ส่วนที่ผมบอกว่าพระกริ่งปวเรศชุดนี้มีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำนั้นมีอะไรมาพิสูจน์ การพิสูจน์คือการสัมผัสพลังพระ คนที่สัมผัสพลังพระได้จะรู้ว่าพระกริ่งปวเรศองค์ไหนมีพลังพุทานุภาพที่สูงกว่ากัน สำหรับใครบางคนที่คิดว่าพระกริ่งปวเรศชุดนี้จารขึ้นมาใหม่ ท่านก็ลองเดินตลาดพระและหาพระกริ่งสักองค์จะเก่าหรือใหม่ก็ได้บูชาเขามาสักองค์ถูกๆแล้วเอาเหล็กจารหรือตะปูลองมาเขียนตัวเลขหรืออักขระอะไรสักตัวดูว่าจารออกมาแล้วเป็นยังไง จารเป็นตัวเลขหรือตัวอักษรได้สวยตามลายมือที่ท่านเคยเขียนหรือไม่ และรอยจารเป็นอย่างไร เพราะถ้าจารใหม่รอยจารจะเป็นเงา ผิวสนิมโลหะไม่ได้หนามากที่จะจารได้เฉพาะผิวโลหะได้โดยไม่จารถึงเนื้อโลหะชั้นในฯ จะจารน้ำหนักมือเบาอย่างไรรอยจารก็จะจะเข้าถึงโลหะชั้นในที่มีสีทองเหลืองและขึ้นเงา แต่รอยจารที่เห็นได้จารผิวสนิมชั้นนอกถึงผิวสนิมชั้นที่ ๒ แต่ไม่ถึงโลหะชั้นใน สำหรับคนที่สนใจจะบูชาพระกริ่งปวเรศองค์ใดองค์ ๑ ในชุดนี้หรือชุดอื่นๆที่นำเสนอไปแล้วและอยากจะรู้ว่าพระกริ่งปวเรศชุดพิเศษที่ผมนำเสนอนั้นมีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำนั้นก็ไม่ยาก โทรมาคุยตกลงเงื่อนไขกับผมให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน แล้วท่านไปหารูปพระกริ่งปวเรศของใครก็ได้นำมาประกบกับพระกริ่งปวเรศของผมแล้วส่งรูปมาที่ไลน์ของ แล้วคุยกับผมๆจะให้ท่านอธิษฐานจิตตามผม ถ้าพระกริ่งปวเรศองค์ใดองค์หนึ่งถูกโฉลกกับท่านๆอาจสามารถสัมผัสพลังของพระกริ่งได้แล้วผมจะให้ท่านอธิษฐานต่อไปตามที่ผมบอกเพื่อให้ท่านจะได้รู้ว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำกับพระกริ่งปวเรศชุดนี้องค์ไหนมีพลังมากกว่ากัน วิธีการสัมผัสพลังแบบนี้ท่านอาจจะคิดว่าดีหรือไม่และที่สำคัญกว่านั้นการสัมผัสพลังแบบนี้ไม่ได้จับองค์พระแค่เพ่งดูที่รูปพระก็สัมผัสพลังได้ ถ้าวิธีแบบนี้เป็นจริงท่านคิดว่าอย่างไร จะเชื่อใครดีพิจารณาดูก่อนตัดสินใจที่จะโทรมาคุยกับผมนะครับ https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระกริ่งปวเรศEP23(พิมพ์ห่มคลุม พ.ศ.๒๔๑๔ จารทั้งองค์)

พระกริ่งปวเรศพิมพ์ห่มคลุมที่สร้างในปี พ.ศ.๑๔๑๔ น่าจะเป็นพระกริ่งรุ่นสุดท้ายที่หลวงปู่โตร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วย ข้อสังเกตพระกริ่งปวเรศที่ทันหลวงปู่โตปลุกเสกนั้นส่วนใหญ่ก้นพระกริ่งจะลึกแบบก้นครกบดยา การสร้างพระกริ่งปวเรศก้นครกบดยาจะยากกว่าพระกริ่งปวเรศก้นถ้วยมากนัก ฝีมือช่างในสมัยนั้นน่าจะมีความสามารถไม่ธรรมดาเลยจริงๆ พระกริ่งปวเรศยุคต้นแทบจะไม่มีการตกแต่งองค์พระให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย พระกริ่งปวเรศชุดนี้ก็เป็นชุดพิเศษเช่นกันที่มีการจารอักขระและปี พ.ศ.ที่สร้างกำกับไว้ด้วยแต่ไม่มีการปลุกเสกเพิ่มเหมือนกับพระกริ่งปวเรศยุคต้น พ.ศ. ๒๓๗๐,๒๓๗๕และ๒๓๘๐ เพราะหลวงปู่โตได้ถึงแก่ชีพิตักษัยในปี พ.ศ.๒๔๑๕ เคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่ารอยจารก้นพระกริ่งปวเรศและรอยจารด้านหลังของพระสมเด็จวัดระฆังชุดพิเศษจะมีรอยจารทั้งอักขระและลายมือเดียวกัน เปรียบเทียบตัวอย่างทั้งก้นพระกริ่งปวเรศและด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆังว่าเหมือนหรือต่างกันหรือไม่อย่างไร ก้นพระกริ่งปวเรศที่นำมาเปรียบเทียบให้ดูเป็นกันพระกริ่งปวเรศพิมพ์สายหน้าจีนเพราะก้นพระกริ่งจะมีความลึกน้อยกว่าพิมพ์อื่นและมองเห็นค่อนข้างชัด ความต่างเล็กน้อยที่ก้นพระกริ่งปวเรศด้านบนสุดจารตัว"อิ"ตัวเดียว ที่ไม่ใช่ "อิสวาสุ" ที่หมายถึงหัวใจพระรัตนตรัยที่ต้องจาร ๓ ตัว แต่หมายถึง "อิกะวิติ"ที่เป็นหัวใจพระพุทธเจ้า จารตัวเดียว ส่วนพระสมเด็จวัดระฆังเป็น "นะมหาละลวย"แต่ตำแหน่งที่จารตำกว่าคำว่า"นะ"ที่อยู่ทางซ้ายและ"โม"ที่อยู่ทางขวา แต่คำว่า"อิ"จะอยู่ในตำแหน่งสูงที่สุด ดูจากรอยจารที่ก้นพระกริ่ง ดังนั้น พระกริ่งปวเรศที่จารหัวใจพระพุทธเจ้าลงไปนั้นย่อมหมายถึงพระกริ่งปวเรศองค์นั้นมีญาณของพระพุทธเจ้าด้วย ท่านที่มีญาณพิเศษหรือสัมผัสพิเศษอาจจะรับรู้ได้ ขั้นตอนการอธิษฐานจิตปลุกเสกหลวงปู่โตได้อัญเชิญพระพุทธเจ้ามาเป็นประธานเป็นโลกของกายทิพย์ ที่บางท่านอาจเรียกอทิสมานกาย และมีพระอรหันต์สาวก เหล่าเทวดาทั้งหลายมาร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วย การอันเชิญใช่ว่าพระทุกองค์จะอัญเชิญมาได้นะครับ เรื่องการสัมผัสรับรู้กระแสญาณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและการสัมผัสพลัง บางคนคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ(เรื่องของเขาไม่สนใจและไม่จำเป็นต้องอธิบาย) ส่วนคนที่สามารถสัมผัสพลังและรับรู้กระแสญาณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้นั้นก็มีไม่น้อย ต้องพิจารณาว่าท่านชอบแบบไหน https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระกริ่งปวเรศEP22พิมพ์เจ้าสัว

พระกริ่งปวเรศ พิมพ์เจ้าสัวยุคต้นปี พ.ศ. ๒๓๘๐ เนื้อสัมฤทธิ์แดงหรือสัมฤทธิ์ผล ผสมด้วยโลหะธาตุ ๓ ชนิด คือ ทองแดง เป็นส่วนใหญ่และเจือด้วยเงินกับทองคำ สีคล้ายมะขามเปียก พระกริ่งปวเรศชุดนี้มีการอธิษฐานจิตปลุกเสกเพิ่มตั้งแต่ ๑-๓๑ พรรษา หลังองค์พระจาร "นะชาลีติ" ฐานด้านหลังไม่มีบัว ฐานชั้นบนจาร "นะมะพะทะ" ฐานชั้นล่างจารพ.ศ.ที่สร้างและพ.ศที่ปลุกเสกถึง ก้นครกบดยาจารเต็ม พระกริ่งปวเรศที่สร้างในปี พ.ศ. ๒๓๘๐มีสร้างหลายพิมพ์ อธิษฐานจิตปลุกเสกโดย พระวชิรญาณเถระ เจ้าอาวาสอันดับที่ ๑ ของวัดบวรฯ(รัชกาลที่ ๔ ในขณะนั้นเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ) หลวงปู่โต กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์และพระคณาจารย์อีกหลายท่าน "เจ้าสัว" ที่เรียกพระกริ่งปวเรศพิมพ์นี้ว่าพิมพ์เจ้าสัวเพราะสร้างในปี พ.ศ. ๒๓๘๐ อยู่ในช่วงรัชกาลที่ ๓ เมื่อสมเด็จพระราชชนกได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๓๕๒ พระองค์จึงได้เลื่อนฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็นพระองค์เจ้าชั้นเอก ออกพระนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าชายทับ จนปี พ.ศ. ๒๓๕๖ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรม เป็น พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เมื่อครั้งที่ทรงกำกับราชการกรมท่า(ในสมัยรัชกาลที่ ๒) ได้ทรงแต่งสำเภาบรรทุกสินค้าออกไปค้าขายในต่างประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นในท้องพระคลังเป็นอันมาก พระราชบิดาทรงเรียกพระองค์ว่า "เจ้าสัว" เมื่อรัชกาลที่ ๒ เสด็จสวรรคต มิได้ตรัสมอบราชสมบัติแก่ผู้ใด ขุนนางและพระราชวงศ์ต่างมีความเห็นว่าพระองค์ (ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นกรมหมื่นเจษฏาบดินทร์) ขณะนั้นมีพระชนมายุ๓๗ พรรษา ทรงรอบรู้กิจการบ้านเมืองดี ทรงปราดเปรื่องในทางกฎหมาย การค้าและการปกครอง จึงพร้อมใจกันอัญเชิญครองราชย์เป็นรัชกาลที่ ๓ ลักษณะพระกริ่งพิมพ์เจ้าสัวจะดูเล็กกว่าพิมพ์ทั่วไปแต่จะไปใกล้เคียงกับพระกริ่งปวเรศพิมพ์อุบาเก็ง เนื้อพระกริ่งมีความใกล้เคียงกันมาก ลักษณะพระพักตร์และองค์พระดูจะเล็กกว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่อาจเป็นไปได้ว่าช่างได้แกะพิมพ์พระองค์ท่านในสมัยวัยหนุ่ม แม้รัชกาลที่ ๕ สมัยวัยหนุ่มก็ดูรูปร่างเล็กเช่นกัน พอพระชันษามากขึ้นก็ดูภูมิฐานขึ้นไปด้วย เรื่องทั้งหมดนี้จะเชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ได้ แต่พระกริ่งปวเรศชุดนี้มีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อกลับดำแน่นอน ถ้าท่านใดที่สัมผัสพลังพระได้จะรู้ถึงพลังที่แตกต่างอย่างชัดเจน ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ กรุงเทพมหานครถูกยึดครองเป็นเวลาถึง ๑๒วัน ด้วยกองเรือรบติดอาวุธของฝรั่งเศส อย่างหมดหนทางต้านทานจากฝ่ายไทย ชาวบ้านร้านตลาดพากันอพยพหนีภัยกันจ้าละหวั่นด้วยความแตกตื่นตกใจ แม้แต่รัชกาลที่ ๕ ยังทรงเสียพระราชหฤทัยจนประชวรหนัก และหยุดเสวยพระโอสถ ทรงสิ้นหวังรันทดท้อขนาดมีพระราชนิพนธ์โคลงฉันท์ “ส่งไปลา” เจ้านายพี่น้องบางพระองค์อย่างหมดอาลัยในพระชนมชีพ ไม่มีพระราชประสงค์ดำรงอยู่อีกต่อไป ทรงอดสูพระทัยที่ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เลวร้ายให้ดีขึ้นได้ จนมีข่าวลืออันอัปยศแพร่สะพัดไปในหมู่ชาวต่างด้าวว่า “พระเจ้าแผ่นดินสยามทรงสั่งให้ขนพระราชทรัพย์ลงบรรทุกเรือพระที่นั่ง และเตรียมพร้อมที่จะเล็ดลอดหลบหนีออกไปจากเมืองหลวงในเวลากลางคืน เพื่อให้รอดพ้นภยันตรายต่างๆ” เส้นตายนั้นคือการตอบรับอย่างไม่มีเงื่อนไขใน ๔๘ ชั่วโมงตามข้อเรียกร้องหินของฝรั่งเศส ในคำขาดนี้มีคำข่มขู่อันแข็งกร้าวปราศจากข้อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ให้ทรงตัดสินพระทัย ชนิดที่ไม่มีทางออก โดยให้มอบผืนแผ่นดินในพระราชอาณาเขตบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง พร้อมด้วยเงินค่าไถ่เป็นค่าปฏิกรณ์สงครามที่ฝ่ายไทยถูกกล่าวหาว่าก่อขึ้นก่อนโดยการเปิดฉากยิงเรือฝรั่งเศส คิดเป็นเงินสดจำนวนทั้งสิ้นรวม ๕,๐๐๐,๐๐๐ ฟรังก์ และให้วางในทันทีก่อน ๑๘.๐๐ น. ของเย็นวันที่ ๒๒ กรกฎาคมศกนั้น มิฉะนั้นกระสุนจากปืนใหญ่บนเรือรบที่ทันสมัยที่สุดจะถูกสั่งให้ระดมยิงเข้าไปในพระที่นั่งจักรีอย่างไม่ปรานีอีกต่อไป รัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ซึ่งยึดมั่นอยู่กับความหวังสุดท้าย ว่าอังกฤษจะไม่ทอดทิ้งประเทศของพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะขัดขืนฝรั่งเศสและข้อเรียกร้องต่างๆ ฝ่ายที่ต่อต้านฝรั่งเศสนี้เป็นพวกที่ชื่นชมอังกฤษ ความเฉยเมยของอังกฤษ และต่อมาคำปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะไม่ยอมเข้าแทรกแซงในความขัดแย้งระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ทำให้พระปิยมหาราชทรงผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ก่อนถึงเส้นตายในการหาค่าไถ่ มีพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ทูลเตือนให้ทราบ ถึงเงินพระคลังข้างที่จากสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเก็บสะสมไว้จำนวนหนึ่งใน “ถุงแดง” เงินพระคลังข้างที่คือพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินรายได้แผ่นดินส่วนหนึ่ง ที่แบ่งถวายพระมหากษัตริย์เพื่อใช้จ่ายส่วนพระองค์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น “เงินถุงแดง” ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสะสมไว้เป็นเงินส่วนพระองค์ แต่ก็แปลกที่เงินนี้ไม่ใช่เงิน “พดด้วง” ซึ่งเป็นเงินของไทยที่ใช้อยู่ในสมัยนั้น แต่กลับเป็นเงินของประเทศเม็กซิโกที่อยู่คนละซีกโลก ซึ่งเรียกกันว่า “เหรียญนก” เพราะเป็นเหรียญที่มีรูปนกอินทรีย์อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเม๊กซิโก และเป็น๑ใน ๓ ของสกุลเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนสินค้ากันในย่านนี้ เช่นเดียวกับเงินเปรูและเงินรูเปียของอินเดีย เงินถุงแดงนี้สามารถช่วยไถ่ประเทศจากการรุกรานล่อาณานิคมของฝรั่งเศสได้ รวมกับเงินและทรัพย์สมบัติของเชื้อพระวงศ์อีหลายพระองค์ ในขณะที่เงินถุงแดงมีจำนวนทั้งสิ้น ๒.๔ล้านฟรังก์ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการและประชาชน ได้ช่วยกันขายทรัพย์สินและบริจาคจนได้เงินเพิ่มมาอีก ๖๐๐,๐๐๐ ฟรังก์ จนครบ ๓ ล้านฟรังก์ จึงสามารถจ่ายค่าไถ่ครั้งนี้ได้ ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพื่อถวายพระเกียรติแด่องค์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ ๒๓๘๐ ที่เป็นปีที่มีการสร้างพระกริ่งปวเรศไว้หลายพิมพ์จึงสร้างพระกริ่งปวเรศที่มีพระพักตร์ละม้ายคล้ายพระองค์ท่าน

พระกริ่งปวเรศEP21(พิมพ์สายหน้าจีน พ ศ 2400)หลังจาร ป.ว.ร.

พระกริ่งปวเรศ พิมพ์สายหน้าจีนจีวรลายดอกพิกุลชุดนี้สร้างปี พ.ศ.๒๔๑๐ สมัยรัชกาลที่ ๔ นำพระกริ่งปวเรศต้นแบบปี พ.ศ.๒๓๘๐ สมัยรัชกาลที่๓ มาสร้างอีกครั้ง ได้มีพ่อค้าคนจีนที่เข้ามาค้าขายในกรุงสยามได้นำพระกริ่งจีนใหญ่ พระกริ่งจีนนอก เข้ามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เนื้อพระเป็นโลหะผสมสัมฤทธิ์ สีออกเหลือง แดง แบบ ทองม้าฬ่อ พ่อค้าชาวจีนนิยมนำติดตัว เพื่อคุ้มครองป้องกันภัย เพราะ พระกริ่ง คือ รูปจำลอง องค์พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ๑ ใน ๓ พระพุทธเจ้า ที่เคารพสูงสุดของชาวพุทธลัทธิมหายานเชื่อว่ามีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิ่งป้องกันตัวเองโดยเฉพาะเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ที่คนจีนศรัทธาเป็นอย่างมากที่นำพระกริ่งมาทำน้ำมนต์ดื่มกินรักษาโรค ซึ่งเป็นแบบอย่างในการสร้างพระกริ่งแห่งสยาม พระกริ่งต้นแบบของสยามน่าจะเป็นเนื้อสัมฤทธิ์ไม่ใช่เนื้อนวโลหะอย่างที่หลายคนคิดหรือทำให้คิดว่าเป็นแบบนั้น การสร้างพระกริ่งเนื้อโลหะครั้งแรกๆก็ต้องมีคนแนะนำก็คงต้องเป็นช่างทองชาวจีน ซึ่งก็ได้ความรู้ที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น พระกริ่งจีนนอกเป็นเนื้อทองดอกบวบและพระกริ่งปวเรศยุคต้นๆบางชุดสีผิวแบบเนื้อทองดอกบวบที่ผิวพระเป็นสีน้ำตาลเปลือกมันเทศแต่ด้วยอายุของการสร้างที่ต่างกันหลายร้อยปี พระกริ่งปวเรศเนื้อทองดอกบวบจะให้เหมือนพระกริ่งจีนนอกคงไม่ได้ แต่พอสังเกตุให้รู้ การแกะบล็อกพระกริ่งพิมพ์นี้จึงมีเค้าใบหน้าไปทางคนจีน และองค์พระกริ่งที่สร้างเสร็จแล้วจะมีการตกแต่งองค์พระน้อยมาก ต่างจากพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำที่มีช่างตกแต่งพระกริ่ง 2 คน ทำให้พระกริ่งปวเรศแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน เคยได้ยินเซียนพระคนหนึ่งบอกว่าพระกริ่งปวเรศต้องหาองค์ที่มีปากแบบปลากัดหรือปากจู๋ เขาว่ามาอย่างนั้น บางทีก็ไปดูการตกแต่งองค์พระ พระกริ่งปวเรศชุดนี้เนื้อสัมฤทธิ์โชคหรือสัมฤทธิ์เหลืองผิวองค์พระเป็นสีเหลืองหรือขันลงหิน ผิวโลหะชั้นนอกเป็นสนิมโลหะสีน้ำตาล ผิวโลหะชั้นที่ ๒ เป็นสีเหลือง รอยจารจะอยู่ที่ผิวโลหะชั้นที่ 2 ไม่ถึงเนื้อจริงถ้าจารถึงเนื้อจริงโลหะตรงนั้นจะขึ้นเงามีสีเหลืองสดใส เศรษฐีท่านใดที่ได้ครอบครองพระกริ่งปวเรศล้วนบอกว่าของตัวเองเป็นของแท้ทั้งนั้น ผมก็ขอพูดบ้างว่าพระกริ่งปวเรศที่ท่านครอบครองอยู่นั้นพลังพุทธานุภาพยังไม่สูงเท่ากับพระกริ่งปวเรศชุดนี้เลย ระดับท่านคงหาคนที่สามารถสัมผัสพลังพระได้ไม่ยาก ให้คนสัมผัสพลังพระของท่านและพลังพระกริ่งปวเรศชุดนี้ดูก็จะรู้ว่าพระกริ่งปวเรศองค์ไหนมีพลังที่สูงกว่ากัน คนที่สัมผัสพลังพระที่ไม่จำเป็นต้องจับองค์พระแค่มองที่รูปพระก็สัมผัสพลังได้ต้องแบบนี้ แอบมาส่องพระกริ่งปวเรศชุดนี้หรือชุดอื่นๆที่ผมโพสนำเสนอโดยเฉพาะพระกริ่งปวเรศที่อธิษฐานจิต ๓๐พรรษาขึ้นไป แล้วคนที่สัมผัสพลังคนนั้นจะบอกกับท่านเองว่าพระกริ่งปวเรศชุดนี้ถึงจะเป็นจักรพรรดิ์ของพระกริ่งไม่ใช่ของท่าน ความจริงพิสูจน์ได้ครับ พระกริ่งปวเรศองค์นี้ผิวสีน้ำตาลทั้งองค์แต่ตามซอกลึกจะมีสีดำสนิมโลหะเนื้อเงินคือไม่ได้สีน้ำตาลทั้งองค์เลยต่างจากพระใหม่ที่ใช้สีทาจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลืองทั้งองค์ตามที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้ง พระกริ่งปวเรศองค์นี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ รุ่นเดียวกับพระกริ่งปวเรศปราบฮ่อหรือปราบเงี้ยวไม่ทันหลวงปู่โต กรมพระยาปวเรศเป็นผู้อธิษฐานจิตปลุกเสก พระกริ่งปวเรศองค์นี้มอบให้ทหารชั้นผู้ใหญ่หรือเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่ไปร่วมปราบฮ่อ เพราะองค์พระกริ่งปวเรศมีตอกหมุดทองคำ ฝีมือช่างใช้หมุดทองคำตอกลงไปในรูที่เจาะไว้แล้วสังเกตุหมุดทองคำที่หลุดออกมาตรงนั้นจะมีรูสำหรับตอกหมุดเข้าไป ไม่ใช่ใช้ยางรักทาแล้วนำแผ่นทองที่เตรียมไว้ปิดลงไป หรือพระโรงงานจะใช้สีทองทา สังเกตุผิวโลหะมีความเก่าธรรมชาติไม่เรียบตึงและมัน https://www.facebook.com/PhraSomdejWatRakhanggenuine 092 339 5410,080 629 2955

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระกริ่งปวเรศEP20พิมพ์สมบูรณ์พูนสุขคอตึง

พระกริ่งปวเรศพิมพ์สมบูรณ์พูนสุขรุ่นคอตึงสร้างปี พ.ศ.๒๓๘๐ สมัยรัชกาลที่๓ พระกริ่งปวเรศชุดนี้เป็นชุดพิเศษจารอักขระ ยันต์และปี พ.ศ อธิษฐานจิตปลุกเสกหลายพรรษาพลังพุทธานุภาพสูงมาก ลักษณะองค์พระของพระกริ่งปวเรศพิมพ์นี้จะดูเล็กกว่าพระกริ่งปวเรศพิมพ์สมบูรณ์พูนสุขนิยม พ.ศ.๒๓๘๐ ใบหน้าเล็กแต่ส่วนลำคอคล้ายเส้นเอ้นของลำคอขึ้นให้เห็นหลายเส้น บางองค์เห็นเส้นชัดเจนบางองค์เห็นลางๆ องค์พระก็ดูเล็กกว่าแต่จีวรมีลายดอกพิกุลในตัว ร่องกลางระหว่างบัวหลังชั้นบนและชั้นล่างดูจะชิดกันมากกว่า ขอบบัวหลังด้านบนที่ติดกับองค์พระและขอบบัวหลังด้านล่างติดฐานหรือก้นพระกริ่งจะมนไม่เป็นเหลี่ยม -พระกริ่งปวเรศพิมพ์สมบูรณ์พูนสุขนิยม ๒๓๘๐ พระพักตร์เอียงขวาเล็กน้อยแบบเดียวกับพระรอดมหาวันและพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นิยม -พระกริ่งปวเรศพิมพ์สมบูรณ์พูนสุขเศียรขีด คือด้านหลังเศียรพระมีรอยขีด -พระกริ่งปวเรศพิมพ์สมบูรณ์พูนสุขคอตึง เนื้อสัมฤทธิ์เหลืองหรือสัมฤทธิ์โชค มีสนิมโลหะสีดำของโลหะเงินทับสีเหลือง พระกริ่งปวเรศเนื้อสัมฤทธิ์จะมีผิวโลหะที่แตกต่างกัน ที่จะเห็นเหลืองทั้งองค์หรือแดงทั้งองค์นั้นก็มีน้อยมาก แต่ก็ต้องระวังถ้าเหลืองทั้งองค์หรือน้ำตาลทั้งองค์นั้นเป็นการทาสีทับไว้หรือเปล่าคงดูองค์ประกอบอื่นๆด้วย พระกริ่งปวเรศที่สร้างในปี พ.ศ. ๒๓๘๐ นั้นมีความหลากหลายของเนื้อโลหะและสีผิวโลหะแต่จะมีความเหมือนตรงสนิมโลหะสีดำที่เป็นธรรมชาติจะล้างไม่ออกเช็ดด้วยน้ำยาล้างเล็บหรือทินเนอร์ก็ไม่ออก ต้องใช้wenolขัดหลายเที่ยวถึงเนื้อในที่เป็นเนื้อทองเหลือง เนื้อสัมฤทธิ์โชค ได้แก่ ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี เงิน ทองคำ มีวรรณะเหลืองคล้ายเนื้อกลองมโหระทึก หรือขันลงหิน เนื้อทองเหลืองเกิดจากทองแดงผสมสังกะสี เนื้อเงินทำให้เกิดสนิมดำ เนื้อโลหะสัมฤทธิ์ของพระกริ่งปวเรศยุคต้นจึงมีความหลากหลายอย่างที่บอกไปแล้ว ที่จะต่างจากเนื้อนวะกลับดำคือเนื้อต้องดำอย่างเดียวไม่มีสีอื่น เขาว่าตำราสร้างพระกริ่งปวเรศมาจากพระพนรัตน์วัดป่าแก้วอยุธยา แต่ในสมัยอยุธยามีใครเคยเห็นพระกริ่งที่เป็นเนื้อนวโลหะหรือได้มีการสร้างเอาไว้หรือไม่ลองคิดพิจารณาดูครับ พระเครื่องเมืองไทยจะกล่าวอ้างนั้นอ้างนี่ ชุดนี้แท้ชุดนั้นไม่แท้แล้วแต่เหตุผลฝ่ายไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน แต่สำหรับพระกริ่งปวเรศชุดนี้และทั้งหมดที่นำเสนอไปนั้นเป็นพยานวัตถุอย่างดี นอกจากพวกท่านจะบอกว่าเนื้อพระกริ่งปวเรศชุดนี้ไม่เก่าจริงเพราะจะไปขัดผลประโยชน์ของพวกท่านนั้นหรือ พยานวัตถุน่าเชื่อถือมากกว่าลมปากคำกล่าวอ้างของพวกหวังประโยชน์ แต่พระกริ่งปวเรศชุดนี้ใช่ว่าจะเป็นพยานวัตถุอย่างดีเท่านั้นยังมีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศชุดเนื้อนวกลับดำหลายเท่าอีกด้วย ถึงตรงนี้คนที่ไม่เชื่อพลังคุณพระก็จะพูดว่าพิสูจน์ไม่ได้ใครจะเชื่อ นั่นซีใครจะเชื่อ แต่ถ้าผมจะบอกว่าพิสูจน์ได้ ท่านจะคิดอย่างไร ก็คงต้องมีคำถามต่อไปว่าจะพิสูจน์อย่างไร อย่างนี้นะสำหรับคนที่สนใจจะบูชาพระกริ่งปวเรศองค์ใดองค์หนึ่งของชุดนี้โทรมาคุยกับผมตกลงเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว ผมจะให้ท่านอธิษฐานจิตตามผมถ้าพระกริ่งปวเรศองค์ใดองค์หนึ่งถูกโฉลกกับท่านๆจะสัมผัสพลังได้ และถ้าท่านหารูปพระกริ่งปวเรศของเซียนคนไหนก้ได้มาประกบกับพระกริ่งปวเรศชุดนี้ตามตัวอย่างที่ผมทำไว้ แล้วส่งรูปมาที่ไลน์ของผมๆจะให้ท่านพิสูจน์สัมผัสพลังว่าพระกริ่งปวเรศองค์ไหนมีพลังที่แรงกว่ากัน ท่านก็คงสงสัยอีกว่าเป็นไปได้หรือ พระกริ่งปวเรศแท้ๆทำแบบนี้ได้ ส่วนคนอื่นอาจทำไม่ได้ก็ต้องมีเหตุผลทั้งนั้น แต่มาสนใจว่าถ้าท่านทำตามผมบอกแล้วและสัมผัสพลังที่แตกต่างกันได้จริงตามที่ผมบอก ท่านจะบูชาพระกริ่งปวเรศองค์นี้ไปเลยหรือไม่ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ถ้าท่านไม่บูชาอยากจะลองอย่างเดียว นั่นซิผมจึงต้องคุยเงื่อนไขกับท่านไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ท่านมาลองเล่นๆหรอกนะ ผมก็ต้องให้ท่านตั้งสัจจะไว้ก่อน คิดดูให้ดีก่อนว่าท่านตั้งใจที่จะทำอะไรแน่ พระกริ่งปวเรศชุดนี้สำหรับคนมีบารมีครับ https://www.facebook.com/PhraSomdejWatRakhanggenuine 092 339 5410,080 629 2955