วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน หรือพระขุนแผนเนื้อวัดระฆัง

 

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนด้านหน้าเนื้อขาวนิยม

พระสมเด็จวัดระฆัง

  หลวงปู่โตเป็นลูกศิษย์ของขรัวตาแสงแห่งวัดมณีชลขันธ์ ลพบุรี หลวงปู่โตได้เรียนวิชาย่นระยะทาง การสร้างพระเครื่อง

  วิชาย่นระยะทางมีการกล่าวถึงหลายครั้ง เรื่องที่มีเจ้าภาพนิมนต์หลวงปู่ไปงานมงคลแห่งหนึ่งแต่ระยะทางไกลมากต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันแต่หลวงปู่โตออกเดินทางช้ากว่านั้นคือหลวงปู่ออกเดินทางก่อนเวลางานเพียง 3 ชม. แต่หลวงปู่โตไปทันงานนั้น ซึ่งก็มีการถามเจ้าภาพแล้วว่าหลวงปู่โตไปถึงก่อนเวลางาน

   หลวงปู่โตมักจะหายตัวไปบ่อยๆที่หลายครั้งพระเจ้าอยู่หัวต้องให้คนมาตามว่าท่านอยู่ไหน สบายดีหรือเปล่า เขาพูดกันว่าหลวงปู่โตมักจะไปเมืองลับแลหรือเมืองบังบดไปแดงธรรมให้ชาวบังบดฟังและหลวงปู่โตมักไปอยูที่นั้นนานๆ แต่พอหลวงปู่โตได้ข่าวว่ามีคนจากพระเจ้าอยู่หัวมาตามท่านๆก็จะมาทันที เพราะเมืองลับแลนั้นเขาว่าอยู่แถวหลังพระพุทธบาทสระบุรี หลวงปู่โตใช้วิชาย่นระยะทางมาเมืองลพบุรีแป๊บเดียว มาเจอมหาดเล็กของพระเจ้าอยู่หัว เพื่อไม่ให้พระเจ้าอยู่หัวต้องเป็นกังวล

   การไปเมืองลับแลนั้นหลวงปู่โตได้รับวัตถุธาตุศักดิ์สิทธิ์หลายอย่างที่ชาวบังบดถวายให้เพื่อนำมาผสมลงในพระเครื่องที่หลวงปู่โตจะสร้างไว้สืบทอดพระศาสนาต่อไป

   เมื่อหลวงปู่โตเรียนวิชาจนหมดสิ้นจากขรัวตาแสงแล้ว หลวงปู่โตคิดจะสร้างพระเครื่องขึ้นมาเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ในเวลานั้นยังคิดหาแม่พิมพ์หรือแบบที่สร้างยังไม่ได้ หลวงปู่โตจึงนำพระกรุต่างๆมาสร้าง ที่เขาเรียกว่าสร้างล้อพิมพ์ มีพิมพ์ พระขุนแผน พิมพ์ซุ้มกอ พิมพ์พระพุทธชินราช พิมพ์พระรอด ฯลฯ พระเครื่องชุดนี้มีสร้างไว้ไม่มากเนื่องจากเริ่มที่จะสร้างและยังหาเอกลักษณ์ไม่ได้ ซึ่งต่อมาก็ได้พระพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฝักและพัฒนาเนื้อและพิมพ์ต่างๆมาเป็นอันดับจนลงตัว พระเครื่องชุดนี้พบเห็นน้อยมาก บางคนที่มีเก็บไว้ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นพระเครื่องที่หลวงปู่โตสร้าง เพราะไปยึดติดกับพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฝัก

  พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนองค์นี้ หลายคนที่ศึกษายังไม่ดีพอจะคิดว่าเป็นพระขุนแผนเนื้อทับข้าว ซึ่งพระขุนแผนเนื้อทับข้าวนั้นเนื้อจะแกร่งกว่าพระขุนแผนองค์นี้เป็นอย่างมาก

  พิจารณาจากเนื้อพระก็เป็นของวัดระฆัง

   สัมผัสญาณองค์พระ

  มีญาณของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ในภัทรกัปนี้

  มีญาณหลวงปู่ใหญ่หรือหลวงปูโลกอุดร

  มีญาณขรัวตาแสง วัดมณีชลขันธ์

  มีญาณหลวงปู่โต

   เรื่องสัมผัสญาณมีหลายคนสัมผัสได้ และข้าฯก็ให้หลายคนสัมผัสรับรู้ได้โดยอธิษฐานจิตตามข้าฯ

   มีคนมาถามข้าฯว่า ข้าฯได้พระอะไรมา ข้าฯบอกว่าพระของหลวงปู่โตแล้วข้าฯก็ยื่นพระให้เขาดู เขารับแล้วรีบคืนทันที เขาบอกว่าอาจารย์ผมแน่นหน้อกจุกไปเลย ผมยังไม่ทันทานข้าวเที่ยงเลยผมจะทานไหวมั้ยเนี่ย พระของอาจารย์มีแต่แรงๆทั้งนั้น (เขาเคยสัมผัสพระของข้าฯไปหลายครั้ง)

   #พระแท้มีพลัง

   

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนด้านหลัง


พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนเนื้อและมวลสารแบบพระสมเด็จ

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผนเนื้อขาวนิยม

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน

                                              พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ขุนแผน


วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565

พระสมเด็จวัดระฆังEP14(หลังพระราชลัญจกร ร ๔)พลังพุทธานุภาพสูงมาก

พระสมเด็จวัดระฆังหลังพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ฟังและพิจารณาด้วยนะครับ จะเชื่อหรือไม่เชื่อจะศรัทธาหรือไม่ศรัทธาก็พิจารณากันเองนะครับ เช้าวันหนึ่งผมกำลังจะสวดมนต์ได้มีคนส่งรูปพระสมเด็จมาให้ดู ผมเห็นด้านหลังองค์พระเป็นลายพระราชลัญจกรรัชกาลที่ 4 ตอนแรกผมไม่ค่อยจะสนใจมากนักเพราะจะเคยเห็นพระสายวังแบบนี้มาแล้ว แต่รูปพระที่ส่งมาเป็นเนื้อพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์สวยเนื้อสวยมาก.. จี๊ดๆๆ กระแสพลังมาลงกลางกระหม่อมมากระตุ้นจักกระที่ ๗ ส่วนใหญ่ผมจะรู้สึกขนลุกมากกว่าที่จะเกิดอาการอย่างนี้ คือเหมือนมีเข็มมาแทงที่กลางกระหม่อม เสียวแปล๊บ จะเจ็บก็ไม่เจ็บฯ เป็นกระแสพลังขององค์พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นี้หรือไม่ ผมก็เลยนัดเจอกันกับคนที่ส่งรูปพระมาให้ผมดู ขณะที่ผมคุยกับคนที่นำพระมาให้ผมๆก็หยิบพระองค์นี้มาแล้วอธิษฐานและส่งจิตไปให้เขาและถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง เขาบอกว่า มีอาการตุ๊บๆที่หน้าผากครับ ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาผมทดสอบเขาๆจะรู้สึกร้อนผ่าวๆที่หน้า คล้ายๆหน้าเห่อเป็นลมพิษ ขณะที่คุยกันเขาก็จะรู้สึกตุ๊บๆที่หน้าผากตลอดเวลา เวลานี้ผมจะลองใช้วิธีนี้ในการให้คนอื่นสัมผัสพลังพระเองโดยผมหยิบพระขึ้นมาอธิษฐานและให้เขาสัมผัสเอง แทนที่เขาจะเป็นคนจับพระและอธิษฐานจากที่ผมบอกก็ต้องทดสอบหลายวิธี มีความก้าวหน้าและพัฒนาเรื่องการสัมผัสพลังที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งส่วนใหญ่อาการที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากคนที่คุยกับผมแล้วผมได้ปรับมาใช้ฯ เมื่อผมนำพระสมเด็จวัดระฆังกลับมาที่บ้าน ผมก็นำกล้องมาส่องดูแล้วอธิษฐานถามถึงเหตุการณ์ที่ผมสัมผัสเมื่อเช้า อาการมาทันทีไม่สามารถยั้งได้ อ๊วก ๆ ๆ โอ้โห! ตั้งแต่สัมผัสพลังพระมายังไม่เคยเจอแบบนี้เลย เป็นเพราะอะไร มีอะไรพิเศษกว่าที่คิดไว้หรือยังไง ผมก็อธิษฐานว่าพระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้หลวงปู่โตร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยหรือไม่ เงียบ! ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอ๊! เป็นไปได้อย่างไร แปลกมากๆ ไม่ว่าจะจับองค์พระโดยตรงหรือดูรูปจากคอมฯ เพราะรูปจะใหญ่อาจจะชัดเจนขึ้น ก็ยังเงียบอีกไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น ถ้าในยุคนี้ไม่ใช่หลวงปู่โตแล้วจะมีใครได้อีก ผมก็นึกไปถึงกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์เท่านั้นแหละกระแสพลังมาทันทีเลย ยังไม่ทันได้อธิษฐานแค่นึกกระแสพลังก็มาแล้ว พอนึกถึงหลวงพ่อเงินวัดบางคลานมาร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยหรือไม่กระแสพลังก็มาทันทีเช่นกัน ผมคิดต่อไปว่าคงไม่ใช่เท่านี้แน่นอน นึกถึงพระโพธิสัตว์หลายร้อยพระองค์กระแสพลังก็มาด้วย(ไม่ไปไล่ตัวเลขว่าเท่าไหร่แน่นอน รู้เท่านี้ก็ดีแล้ว) ญาณพระมหาจักพรรดิก็มา อ้วก ๆ ๆ เอาอีกแล้วคราวนี้ทำเอาน้ำตาไหลอีกด้วย พอแหละเท่านี้ อ้วกจนแสบคอ ไม่ต้องอยากไปรู้อะไรอีก ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔เป็นสำคัญ (ใครจะเชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ดี แล้วแต่วาสนาของท่าน) “พระจักรพรรดิราช” มีแก้ววิเศษทั้ง ๗ ประการ อันได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว รัตนะ (หรือที่ในอุษาคเนย์เรียกอย่างจำเพาะเจาะจงลงไปว่า แก้วมณีโชติ) นางแก้ว ขุนคลังแก้ว และขุนพลแก้ว โดยแก้วแต่ละประการก็มีคุณลักษณะวิเศษแตกต่างกันไป๑ คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว และม้าแก้ว เป็นสัญลักษณ์ของพระราชพาหนะ ที่จะนำเสด็จองค์พระจักรพรรดิไปยังสถานที่ต่างๆ โดยรวดเร็วตามพระทัยปรารถนา -แก้วมณีโชติ เป็นสัญลักษณ์แห่งการทำมาหากินของราษฎร -นางแก้ว เป็นที่จำเริญพระทัย -ขุนคลังแก้ว ทำให้เจริญพระราชทรัพย์ -ส่วนขุนพลแก้วนั้น ทำให้สำเร็จซึ่งสรรพกิจทั้งปวง และก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่ต้องเป็น “ราชบุตรผู้ใหญ่แห่งสมเด็จบรมจักรพรรดิราช” นั่นเอง ผมมีพระกริ่งปวเรศที่ปลุกเสกหลาย ๑๐ พรรษา ผมยังไม่มีอาการแบบนี้เลย มหัศจรรย์จริงๆ สาธุ สาธุ สาธุ พระสมเด็จวัดระฆังหลังพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔ หลวงปู่โตไม่ได้ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสก เวลานั้นหลวงปู่โตไปไหนนะ เคยบอกไปแล้วว่าเวลานั้น หลวงปู่โตถูกรัชกาลที่ ๔ ขับออกจากอาณาจักรของพระองค์ พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้มีการลงรักไว้ด้วยแต่รักหลุดร่อนไปหมดแล้ว พิจารณาพิมพ์ทรงคมชัดการกดพิมพ์มีความพิถีพิถันมากองค์พระและพระราชลัญจกรติดคมชัดสวยงามเป็นพระสมเด็จที่สวยสมบูรณ์มาก ซุ้มระฆังหรือซุ้มครอบแก้วใหญ่แบบหวายผ่าซีกหน้าอกหนาใหญ่แบบอกกระบอกเนื้อพระด้านหน้าแตกลาย การแตกลายสลับซับซ้อนมองแล้วมีเสน่ห์มากกว่าเนื้อเรียบๆมีหนอนด้นปู่ไต่อาจจะมีปริแยกบ้าง แต่พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้งามจริงๆ ฝีมือช่างหลวงฯ พระสมเด็จวัดระฆังหลังพระราชลัญจกรรัชกาลที่ ๔ มีสร้างไว้หลายครั้งหลายเนื้อ ซึ่งก็มีความแตกต่างเรื่องพลังและการปลุกเสกที่อาจมีพระสมเด็จบางชุดที่หลวงปู่โตปลุกเสก คือผมมีพระสมเด็จชุดนี้สัมผัสได้อย่างนี้ก็บอกไปตามที่สัมผัส ส่วนพระสมเด็จที่สร้างวาระอื่นผมไม่มีเก็บไว้ก็บอกอะไรไม่ได้ครับ http://ariyathum.blogspot.com/2020/05... https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410, 080 629 2955

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP13(เนื้อชมพูว่านมหาราชแดง)

   พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อชมพูผสมว่านมหาราชแดงไม่ค่อยพบเห็น ลองไปเสิร์ชหาดูจะไม่พบเห็นเลย การสร้างพระสมเด็จในสมัยนั้นนิยมนำว่านชนิดต่างๆมาผสมในองค์พระบางที่ก็นำเนื้อว่านมาบด บางทีก็นำน้ำว่านมาผสมแล้วแต่เนื้อว่านแต่ละชนิดที่มีลักษณะความอ่อนแข็งต่างกัน อย่างการสักยันต์มีทั้งสักหมึกและสักด้วยน้ำว่าน การสักด้วยน้ำว่านก็จะตำว่านให้ละเอียดห่อด้วยผ้าขาวแบบลูกประคบไปวางบนหม้อดินที่ต้มน้ำเดือดกะได้ทีก็จะนำผ้าห่อว่านนั้นมาบิดให้น้ำว่านออกมาทำอย่างนั้นหลายๆเที่ยวแล้วเอาน้ำว่านนั้นผสมกับนำมันงาบ้างน้ำมันจันทร์บ้างแล้วนำมาสักยันต์ให้กับคนๆนั้น เวลานี้ว่านที่สำคัญหลายชนิดไม่ค่อยมีใครปลูกกันแล้วมีแต่ว่านเสน่ห์เมตตาค้าขายที่นิยมมาปลูกหรือเลี้ยงไว้ตามร้านค้าเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน แต่ก็มีเห็นน้อยแล้วเพราะต้องมีความศรัทธาและวิธีปฏิบัตด้วย ว่านที่ร้านค้านิยมมาปลูกกี่จะมี ว่านเถาวัลย์หลง ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว เสน่ห์จันทร์แดง ว่านนางกวัก ว่านตระกูลเศรษฐี ฯลฯส่วนใหญ่ในเวลานี้ไปนิยมเบอร์มือถือเลขมงคลมากกว่ามาปลูกว่าน
ว่านมหาราชสรรพคุณ คำว่าว่า "มหาราช" หมายถึงมีอำนาจวาสนาบารมีเป็นใหญ่เป็นโต มีทรัพย์สินเงินทอง ข้าทาสบริวาร พระสมเด็จวัดระฆังผสมว่านมหาราชชุดนี้มีชุดธรรมดากับชุดพิเศษคือชุดพิเศษด้านหลังองค์พระจารปี พ.ศ.ที่สร้างและอักขระ พระสร้างปี พ.ศ.๒๓๘๕ ที่พิเศษเพิ่มไปอีกคือพระสมเด็จวัดระฆังผสมว่านมหาราชที่อธิษฐานจิตปลุกเสก ๒๐ พรรษาคือพระที่สร้างปี พ.ศ.๒๓๗๕และอธิษฐานจิตปลุกเสกถึงปี พ.ศ.๒๓๙๕ พระสมเด็จวัดระฆังชุดอธิษฐานจิตปลุกเสก ๒๐ พรรษามีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระสมเด็จทั้ง ๒ ชุดแรกและสูงกว่าพระสมเด็จวัดระฆังทั่วไปพระสมเด็จวัดระฆังของเซียนพระทั้งหลาย คนที่สามารถสัมผัสพลังพระได้จะรู้ว่าพระองค์ไหนมีพลังที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่จะใช้วิธีวัดคืบ วิธีใช้ลูกดิ่งเพนดูลั่ม ก็สามารถตรวจเช็คได้ว่าพระสมเด็จองค์ไหนมีพลังมากกว่ากันแต่ไม่รู้ว่าพลังที่แตกต่างกันนั้นเป็นยังไง อักขระที่จารส่วนใหญ่ก็จะมี "นะชาลีติ" "นะมะพะทะ" "นะมะอะอุ" "พุทธะสังมิ" https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP12(เนื้อเทียนชัย)

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัย ส่วนผสมหลักคือเนื้อเทียนชัยมีทั้งสีเหลืองน้ำตาลและสีขาวและผสมด้วยผงกฤติยาคม โดยเฉพาะเทียนชัยก็มีคุณวิเศษอยู่แล้ว เทียนชัยที่จุดในพิธีพุทธาภิเษกพระเครื่องแต่ละครั้งนำมาเป็นวัตถุหลักในการสร้างพระ พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยมีความโดดเด่นด้านการปกครองเป็นผู้บริหารเป็นหัวหน้างาน มีชัยต่ออุปสรรคทั้งหลายและหาชมของจริงได้ยากมาก ส่วนใหญ่ที่เห็นเป็นพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อแก่น้ำมันที่ดูคล้ายเทียน ลองดูพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยที่นำเสนอ ๒ องค์นี้ว่ามีเนื้อต่างแตกต่างจากของที่อื่นอย่างไรบ้าง พระสมเด็จวัดระฆังทั้ง ๒ องค์นี้ซุ้มระฆังหรือซุ้มครอบแก้วเล็กแบบเส้นลวดจะเป็นพระสมเด็จยุคกลาง พระสมเด็จยุคปลายยังไม่เคยเห็นสร้างเนื้อพระเทียนชัยแบบนี้ พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยสามารถนำของมีคมหรือมีดมาปาดเบาๆด้านหลังองค์พระเนื้อเทียนจะหลุดออกมาเป็นแผ่นเลยทีเดียว ถ้ากดมีดแรงและลึกเนื้อเทียนก็จะหลุดมาเป็นแผ่นหนา เวลาปาดมีดก็ต้องระวังกดเบาๆหรือใช้เล็บจิกไปที่เนื้อพระก็จะเป็นรอยจิกแต่ถ้าเป็นพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อน้ำมันจะใช้เล็บจิกหรือมีดปาดเนื้อพระจะไม่หลุดออกมา การพัฒนาของพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยจะแตกต่างจากพระสมเด็จเนื้ออื่นๆที่จะนำมาพิจารณาแบบเดียวกันไม่ได้ รอยปริแยก ย่น ยับ เหี่ยว จะต่างกัน พระสมเด็จเนื้อเทียนชัยจะไม่เห็นรอยแตกลานแบบแตกลายงา แตกลายสังคโลก แตกลายไข่นกปรอด แต่ก็ไม่รู้ได้ว่าถ้าพระสมเด็จวัดระฆังเนื้อเทียนชัยโดนความร้อนระดับไหนกี่องศาจึงจะเปลียนรูปทรง ขบวนรถแห่เทียนพรรษาทั้งวันโดนความร้อนและอุณหภูมิร้อนขนาดนั้นก็ยังไม่ละลายเปลี่ยนรูปทรงนะ https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP11เนื้อกระแจะจันทร์

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อกระแจะจันทร์ พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อนี้หาชมของจริงได้ยากมาก เปรียบเทียบกับพระสมเด็จองค์อื่นที่โชว์กันอยู่ในเวลานี้จะมีความแตกต่างกัน ถึงแม่ว่าพระสมเด็จองค์นั้นเนื้อพระจะมีความหอมแต่ก็จะหอมไม่นาน ก็ต้องพิจารณาว่าความหอมมาจากไหน เจ้าของวางใส่พานบูชาด้วยเครื่องหอมมี ดอกไม้ แป้งร่ำ แป้งกระแจะจันทร์และเครื่องหอมอื่นๆ ใช่ว่าพระสมเด็จองค์นั้นจะเป็นพระสมเด็จเนื้อกระแจะจันทร์ พระสมเด็จผสมว่านกระแจะจันทร์องค์นี้เดิมถูกเก็บอยู่ในกล่องปิดไว้อย่างดีเมื่อเปิดกล่องนำพระมาส่องจะได้กลิ่นหอมเย็นๆมาเตะจมูก เมื่อนำพระออกมาจากกล่องมาไว้ข้างนอกไม่นานกลิ่นก็จากหายไป สีผิวและเนื้อพระคล้ายแผ่นไม้ การพัฒนาของเนื้อพระจะแตกต่างจากเนื้อปูนสุกปูนดิบทั่วไปและแตกต่างจากเนื้อพระอื่นๆด้วย พระสมเด็จวัดระฆังนั้นมีหลายเนื้อจะพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ว่านกระแจะจันทร์มีคุณสมบัติทางด้านเสน่ห์มหานิยม วาจามีเสน่ห์ การค้าการขาย สมัยก่อนนิยมมาทำเป็น แป้งเจิม กระแจะจันทร์ คือแป้งที่ใช้เจิมหน้าผากบ่าวสาวในงานแต่งงาน และยังถือเป็นของมงคลที่สามารถนำมาเจิมบ้าน เจิมเสาเอกได้อีกด้วย ส่วนกระแจะจันทร์เป็นเครื่องหอมไทยที่มีมานานมาก ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีการคิดปรุงเครื่องหอมไทย พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อกระแจะจันทร์องค์นี้พระพักตร์แบบผลมะตูมซึ่งเป็นพระพักตร์ที่สวยงามและหาพบเจอยากมาก ส่วนใหญ่จะเป็นพระพักตร์กลมแบบไข่หรือเม็ดพริกไทยและพระพักตร์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่รู้จักกันมากในพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ลุงพุฒ ยังมีพระพักตร์ตั๊กแตนที่จะมีในพระสมเด็จยุคกลาง พระสมเด็จยุคปลายยังไม่พบเห็น พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อกระแจะจันทร์องค์นี้เส้นสังฆาฏินูนเล็กน้อยพองาม และพระพักตร์ของพระสมเด็จองค์นี้จะเอียงขวาเล็กน้อยแบบพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นิยมและเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของพระสมเด็จวัดระฆัง สังเกตุพระเกศก็จะเอียงขวาเล็กน้อยดูจากสันนูนตรงกลางและเนื้อพระเกศทั้ง ๒ ข้างซ้ายขวาจะไม่เท่ากันฯ https://www.facebook.com/PhraSomdejWa...

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP10(หลังดอกโบตั๋น)

พระสมเด็จวัดระฆังที่สร้างปี พ.ศ.๒๔๑๑ เฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ ๕ พระสมเด็จวัดระฆังในวาระนี้ที่โดดเด่นชัดเจนที่สุดจะเป็นพระสมเด็จวัดระฆังหลังตระกูลเปลือกไม้ ที่มีพิมพ์ร่องสวน พิมพ์หลังหมอน พิมพ์รังผึ้ง(ขนมรังผึ้ง) พิมพ์หลังยันต์ พิมพ์หลังอักษรจีนมงคลตระกูลแซ่พิมพ์หลังท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ พิมพ์หลังดอกโบตั๋น พิมพ์หลังต่างๆ ประมาณว่ามีคนเก็บสะสมไว้ถึง ๖๐ กว่าพิมพ์ ซึ่งโดยเนื้อหาและมวลสารของพระสมเด็จจะเป็นในทางเดียวกัน พระสมเด็จโรยผงตะไบทองคำที่นำพระสมเด็จวัดระฆังบางส่วนบรรจุไว้ที่กรุเจดีย์ทองวัดพระแก้ว พระสมเด็จของวัดพระแก้วจริงๆแล้วจะเป็นพระเนื้อละเอียดใช้เครื่องบดซึ่งต่างจากของวัดระฆัง พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังดอกโบตั๋น ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ที่นิยมใช้ในงานศิลปะมายาวนานหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติของจีน โดยถือเป็นดอกไม้แห่งลาภยศและความร่ำรวยแล้วยังเป็นราชาแห่งดอกไม้ และเป็นสัญลักษณ์ของโชคดีสำหรับเพศหญิงดอกโบตั๋น แตกต่างจากดอกไม้ชนิดอื่น ๆ คือที่ก้านจะมีใบ ๓ ใบ และในใบใหญ่แต่ละใบจะแตกออกเป็นใบเล็กอีก ๓ ใ บ รวมทั้งหมด ๙ ใบ จึงเป็นที่มาของคำเปรียบเปรยว่า "ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้มังกร ๙ หัว" กล่าวคือเป็นดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของความมั่งมีศรีสุข มีลาภยศยิ่งใหญ่ จิตรกรจีนมักจะวาดภาพดอกโบตั๋นสีสันสดใส และคนจีนก็นิยมนำไปประดับบ้านโดยเฉพาะที่ห้องรับแขก เพราะเชื่อกันว่าจะนำพามาซึ่งความมั่งคั่ง โชคลาภและความร่ำรวยในสมัยโบราณ ดอกโบตั๋นเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันในหมู่ชนชั้นสูง ซึ่งบางครั้งราคาประมูลขายกันแพงมาก จนสุดยอดกวีราชวงศ์ถังท่านหนึ่ง ชื่อ ไป๋จวีอี้ กล่าวไว้ว่า "อี้ฉงเซินเซ่อฮวา สือฮุจงเหรินฝู้" ซึ่งหมายความว่า "โบตั๋นเพียงไม่กี่ดอกยังมีมูลค่ามากกว่าเงินภาษีของชนชั้นกลางสิบคนเสียอีก" พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังดอกโบตั๋นจึงมีความหมายที่ดีที่ชาวจีนที่ศรัทธาในองค์หลวงปู่โตได้ร่วมช่วยกันสร้างพระสมเด็จและชาวจีนเจ้าของร้านทองเยาวราชได้นำผงตะไบทองคำมามอบให้หลวงปู่โตเพื่อผสมลงไปในพระสมเด็จเพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งขึ้นและมีความหมายถึงโชคลาภเงินทองอีกด้วย นอกจากนี้ยังมี พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังอักษรจีนมงคล อักษรจีนตระกูลแซ่ หลังลายเซ็นต์ ซึ่งพระสมเด็จวัดระฆังหลังลายเซ็นต์นั้นยังไม่รู้ว่าเป็นของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านใดหรือราชนิกุลท่านใด http://ariyathum.blogspot.com/2019/10... https://www.facebook.com/PhraSomdejWa...

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP09พิมพ์หลังร่องสวนสีแดง

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังร่องสวนเนื้อสีแดงหรือชมพูเข้ม เข้าใจว่าช่างที่ใช้สีเบญจรงค์ผสมในเนื้อพระคงต้องการให้เป็นสีชมพูเนื่องจากสีชมพูเป็นสีของคนเกิดวันอังคารที่เป็นวันคล้ายวันราชสมภพของรัชกาลที่ ๕ วาระในการสร้างเพื่อเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ ๕ ปี พ.ศ.๒๔๑๑ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังร่องสวนเนื้อสีแดงหรือชมพูเข้มนี้เป็นพระแท้ที่ดูง่ายหรือที่เรียกว่าแท้ตาเปล่า หลังองค์พระแบบหลังร่องสวนเห็นหลังก็รู้ว่าแท้ไม่ต้องเห็นหน้าก็ได้ โดยด้านหลังของพระสมเด็จพิมพ์นี้มีความมหัศจรรย์ของการเกิดการงอกของปูนเปลือกหอยสุกและปูนเปลือกหอยดิบที่มีการพัฒนาแบบเป็นระบบ ที่มีอยู่รูปหนึ่งได้อธิบายที่มีคราบน้ำรักในรอยแตกบนผิวพระและมีผงปูนเล็กๆอยู่บนพื้นผิวตรงนั้นที่มีคราบน้ำรักเกิดขึ้นด้วย ทำให้ปูนที่อยู่บนผิวน้ำรักดูเหมือนปากรูมดที่เป็นขุยหรือทางเดินของปลวก ที่พระโรงงานทำไม่ได้ ถึงแม้จะมีพระโรงงานพยายามทำแล้วแต่ทำได้แค่เป็นร่องแต่ไม่มีการยุบ ย่น แยก การเกิดการงอกของปูนสุกปูนดิบไม่มี พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้จึงเป็นพระเนื้อมหัศจรรย์ของเนื้อพระที่ยากต่อการทำปลอมขึ้นมาและพระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้ถ้าชาวต่างชาติได้เห็นคงจะตื่นตาตื่นใจในความเป็นศิลปะที่งดงามและมหัศจรรย์อีกด้วย ไม่ใช่พระสมเด็จเนื้อหนึกนุ่มแต่เป็นพระสมเด็จเนื้อมหัศจรรย์ก็ว่าได้และสามารถอธิบายได้โดยหลักวิทยาศาสตร์แบบขบวนการของการเกิดหินงอกและหินย้อย ต่างชาติเห็นจะไม่ร้อง ว้าวๆๆได้อย่างไร พระสมเด็จวัดระฆังหรือพระสมเด็จชุดอื่นๆก็ไม่มีขบวนการการพัฒนาการอย่างเป็นระบบของการเกิดของปูนสุกปูนดิบแบบเดียวกับการเกิดของหินงอกและหินย้อยแบบพระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้ พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์มาตรวจเช็คก็รู้ได้ว่าเป็นพระแท้หรือแท้ตาเปล่า พระสมเด็จวัดระฆังที่โชว์ๆกันอยู่นี้จะไปอธิบายเรื่องพิมพ์ทรงและตำหนิ เรื่องพิมพ์ทรงก็เป็นเรื่องของการจดจำรูปแบบพิมพ์พระต้องมีอย่างนั้นอย่างนี้ตามที่มีการเขียนเอาตั้งแต่แรก ใครเขียนก่อนก็จะเป็นต้นแบบ ถ้าเซียนเขียนก็จะได้เปรียบคือพระแท้เป็นเป็นอย่างของเขา แต่ในเวลานี้โลกโซเชียลไปไกลมากแล้ว คนรุ่นใหม่มีความเชื่อแบบมีเหตุผลทุกอย่างอธิบายได้ เชื่อหลักการทางวิทยาศาตร์ที่เป็นจริงไม่เชื่อหลักกู(หลักเซียน) คนส่วนใหญ่หลายคนจะไปเน้นพิมพ์ทรงต้องแบบนั้นแบบนี้ แม่พิมพ์และการกดพิมพ์พระใช้คนไม่ได้ใช้เครื่องจักร ดังนั้นพระแต่ละองค์จะไม่มีความเหมือนกันเลย แม่แต่พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้และ ๒ ชุดที่แล้ว EP07และ EP08 การเกิดการงอกของปูนสุกปูนดิบในพระแต่ละองค์ก็ไม่เหมือนกันสักองค์มีแต่ลักษณะที่จะคล้ายกันคือ ปูนสุกจะเกิดการงอกในส่วนต่ำคือบริเวณพื้นราบขององค์พระ ส่วนการเกิดการงอกของปูนดิบจะเกิดในส่วนสูงคือบริเวณองค์พระและซุ้มครอบแก้ว พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้ส่องแล้วเพลินคืออยากจะรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง ต่างจากพระสมเด็จชุดอื่นๆต่างกันอย่างไรท่านก็หาพระสมเด็จวัดระฆังแบบนี้มาส่องเปรียบเทียบกับพระสมเด็จวัดระฆังทั่วไปว่าเป็นอย่างไร การบูชาหรือการสะสมพระสมเด็จวัดระฆังอยู่ที่ความชอบของแต่ละคน แต่พระสมเด็จวัดระฆังแท้มีพลังพุทธานุภาพไม่เท่ากัน คนที่สัมผัสพลังพระได้จะรู้ดีและมีโอกาสได้พระสมเด็จเหนือเซียนไปครอบครอง พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังร่องสวนสีแดงชุดนี้จะมีความแตกต่างจาก ๒ ชุดที่แล้วเนื้อเทาขาวและเนื้อนำตาลตรงที่ว่า พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้องคืพระได้สัดส่วนสวยงาม พระพักตร์เป็นผลมะตูมซึ่งพระพักตร์แบบนี้หาพบเจอได้ยากมาก ส่วนใหญ่จะเป็นพระพักตร์สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดอย่างพระสมเด็จองค์ลุงพุฒที่ของปลอมก็มีสร้างออกมามากเนื่องจากเป็นองค์ที่มีช่อเสียง พระพักตร์รูปไข่ก็มีให้เห็นมากมาย แต่มีพระพักตร์พระสมเด็จอีกแบบหนึ่งคือพระพักตร์ตั๊กแตนที่หาชมได้น้อยมาก พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้นอกจากมีพระพักตร์แบบผลมะตูมแล้วตรงไหล่ซ้ายขององค์พระมีเส้นจีวรลางๆลากยาวมาถึงรักแร้ข้างขวาขององค์พระที่แตกต่างจากพระสมเด็จวัดระฆัง ๒ ชุดที่แล้ว พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้เคยนำเสนอไว้ในบล็อกห้อยพระถูกโฉลกมีที่อยู่ตามลิงก์ด้านล่างแล้วครับ http://ariyathum.blogspot.com/2017/10... https://www.facebook.com/PhraSomdejWa...

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP08(พิมพ์หลังร่องสวนสีน้ำตาล)


พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังร่องสวนชุดที่ ๒ เนื้อพระสีน้ำตาล พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์นี้ เคยมีชมรมสอนการเรียนรู้พระสมเด็จนำมาเผยแพร่ให้สมาชิกได้เรียนรู้ โดย ทางแอดมินเรียกพระสมเด็จพิมพ์หลังร่องสวนนี้ว่า พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังกระดองเต่าพันปี ไม่กี่วันต่อมาผมก็ได้พระสมเด็จพิมพ์นี้มาครอบครองหลายองค์ ผมถามผู้ขายว่าได้มาอย่างไร เขาบอกว่า ได้มาจากผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเป็นพระเก่าเก็บจากบ้านเจ้านายเข้าใจว่าจะมีเชื้อเจ้า เป็นวังเจ้าอยู่หลังสวนวัดระฆังในสมัยนั้น ผมก็เก็บสะสมไว้ได้จำนวนหนึ่ง และได้นำมาโพสลงในชมรมนี้ และเริ่มเรียกว่าพระสมเด็จพิมพ์นี้ว่าพิมพ์หลังร่องสวน หรือพิมพ์หลังสวน แอดมินได้นำพระสมเด็จพิมพ์นี้ลงโพสลงในชมรมอีก ๒ องค์ โดยบอกว่าเป็นของนายพล ๒ ท่าน บูชามาองค์ละ ๓๐ ล้านบาท ต่อมาก็มีคนโพสรูปพระสมเด็จพิมพ์นี้ลงในชมรมหลาย ๑๐ คน ไม่กี่วันต่อมาถูกลบข้อมูลทิ้ง ผมก็เซฟข้อมูลไว้ไม่ทันว่า นายพลทั้ง ๒ ท่านมีชื่อว่าอะไรบ้าง เพราะมีหนังสือองค์งามออกมาปรากฏให้เห็น เป็นพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ทรงลักษณะนี้ทั้งเล่ม หนังสือมีความหนามาก เซียนพันทิพก็มีพระสมเด็จพิมพ์นี้เปิดให้บูชาที่ ๓๐ ล้านบาท ก็ต้องเก็บเข้ารังของตัวเองไป มีเด็กคนหนึ่งมาบอกผมว่าเขาได้ไปคุยกับเซียนคนนี้แล้วเขาเปิดราคาไว้ ที่ ๓๐ ล้านบาทจริงๆและถ่ายรูปมาให้ผมดูด้วย สรุป พระสมเด็จแท้พิมพ์ไหนเนื้อไหนถ้ามีจำนวนมากเซียนจะไม่เล่น เพราะเล่นแล้วปั่นราคาไม่ได้ จริงหรือไม่ก็พิจารณาดูครับ แต่ละวันการสร้างพระแต่ละครกไม่มีเหมือนกัน อยู่ที่ส่วนผสมและคนที่ตำมวลสาร วันนี้อาจเป็นคนนั้นวันนั้นอาจเป็นคนนี้มือหนักเบาในการผสมมวลสารที่ต่างกัน พอสร้างเสร็จพระแห้งดีแล้วองค์หลวงปู่โตก็นำไปปลุกเสกอธิษฐานจิตแล้วเสร็จก็นำไปแจกคนที่ใส่บาตรกับหลวงปู่บ้าง ประชาชนที่มาขอไปบูชาบ้าง ฯ ซึ่งต่างจากพระสมเด็จในวาระนี้ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๑๑ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ ๕ พระเครื่องที่สร้างในวาระนี้ถือว่าสุดยอดที่สุดของประเทศไทย ไม่มีพระเครื่องวาระอื่นใดเทียบได้( ยกเว้น พระสมเด็จชุดพิเศษที่ปลุกเสกหลายพรรษา พระสมเด็จที่มีการจารอักขระเพิ่มเติม พระสมเด็จชุดพิเศษที่มีคนรู้น้อยมาก ) เนื่องจากว่าในปี พ.ศ. ๒๔๑๑ นั้นได้มีการเชิญพระเกจิอาจารย์ดังใสมัยนั้นมาร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วย และที่ขาดไม่ได้ ก็หลวงปู่โต กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์จึงทำให้พระสมเด็จที่สร้างในวาระนี้มีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระสมเด็จทั่วๆไปด้วยเหตุนี้ https://pudthosangkho.blogspot.com/20... https://www.facebook.com/PhraSomdejWa...

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระสมเด็จวัดระฆังEP06พิมพ์วัดสะตือหลังจารยันต์


พระสมเด็จพิมพ์วัดสะตือหลังจารยันต์แบบเดียวกับก้นพระกริ่งปวเรศยุคต้นตามตังอบ่างที่มานำเสนอให้ชมด้วยมี พระสมเด็จพิมพ์วัดสะตือชุดนี้เป็นชุดพิเศษเหมือนกับหลายพิมพ์หลายชุดที่ด้านหลังองค์พระมีรอยจารด้วยดินสอ พิจารณาตัวอักขระแบบเดียวกับพระกริ่งปวเรศยุคต้น ลายมือก็เหมือนกัน พระสมเด็จวัดระฆังที่มีรอยจารด้านหลังจึงมีพลังพุทธานุภาพเพิ่มขึ้นกว่าพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เดียวกันที่สร้างวาระเดียวกัน แม้แต่พระสมเด็จวัดระฆังที่สร้างในวาระอื่น บางคนสนใจพิมพ์ทรงต้องตามตำราเซียน บางคนสนใจมวลสารต้องตามตำราว่าต้องมีมวลสารอะไรบ้าง ซึ่งต้องใช้วิทยาศาสตร์มาพิสูน์เนื้อหามวลสารจะเป็นกล้องขยายขนาด 1,000 เท่าหรือในเวลานี้มีการพิสูจน์DNA ด้วย พระสมเด็จวัดระฆังเมื่อพิสูจน์ออกมาแล้วว่าแท้ก็ต้องแท้ มีผลต่อการเก็บไว้บูชาหรือซื้อขายเปลี่ยนมือ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าพระสมเด็จองค์นั้นมีพลังพุทธานุภาพมากน้อยแค่ไหน สำหรับคนที่ไม่สนใจเรื่องพลังพระก็ไม่มีอะไร แต่คนที่สนใจเรื่องพลังพระจะห้อยพระขึ้นคอก็ต้องเป็นพระที่มีพลังแรงพลังคุ้มครองก็มีรัศมีกว้างออกจากตัวหลายเมตรไม่ใช่คุ้มครองเฉพาะตัวเราคนเดียวเท่านั้น ตัวอย่างพระเครื่องที่มีคุณวิเศษทางด้านปกป้องคุ้มครองภัย ถ้าพระพลังน้อยก็คุ้มครองเราได้แค่คนเดียวและครอบครัวเราคุ้มไม่ได้ แต่พระสมเด็จวัดระฆังที่มีพลังแรงสามารถคุ้มภัยเราได้ทั้งครอบครัวในกรณีขับรถยนต์แล้วเกิดอุบัติเหตุพระคุ้มครองเราได้ทั้งคันกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นพระคุ้มครองเราได้คนเดียวครอบครัวที่เหลือ......... คิดดูก็แล้วกันว่าท่านชอบพระอย่างไหน ยังไม่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ในเวลานี้ที่สามารถพิสูจน์พลังขององค์พระหรือพลังแฝงในองค์พระที่ต้องมีอะไรไปกระตุ้นให้พลังงานนั้นปรากฏออกมา ซึ่งตาเปล่าไม่สามารถเห็นได้เลยนอกจากกระแสพลังงานขององค์พระมากระทบตัวคนนั้นให้มีความรู้สึกอย่างเช่น เกิดอาการขนลุก ขนลุกมีหลายระดับ อ่อนที่สุดขนลุกขึ้นแขนข้างเดียว ขนลุกแขนทั้ง 2 ข้าง ขนลุกทั้งตัว ขนลุกทั้งตัวขึ้นศีรษะ แน่นหน้าอก จุก ขนลุกจากเท้าขึ้นหัว อาการร้อน อาการเย็น พลังบีบอัดทั้งตัวมึนศีรษะ พลังสูงสุดร่างกายทนไม่ไหวต้องปล่อยวางทันทีอย่าไปอยากรู้อยากเห็นต่อไป ฝืนไม่ได้อาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด เพราะก็ยังไม่มีใครฝืนเลย อย่างที่บอกบางคนถึงมึนและปวดศีรษะข้ามวันเลยทีเดียว แต่ก็มีหลายคนที่สัมผัสพลังพระสมเด็จวัดระฆังที่มีรอยจารรู้สึกว่าพลังแรงมาก บางคนแค่เห็นรูปก็มีอาการขนลุกแล้ว ปวดหัว หัวใจเต้นแรง ก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้าเรื่องไม่จริงไม่กล้าที่จะบอก เพราะกรรมจะตกอยู่กับตัวผมเองที่ไปเล่าเรื่องโกหกคนอื่น สำหรับท่านที่สนใจที่จะบูชาพระสมเด็จวัดระฆังองค์ใดองค์ 1 ในชุดนี้ โทรมาคุยตกลงเงื่อนไขกับผมให้เป็นที่เรียบร้อย ถ้าพระสมเด็จวัดระฆังองค์ที่ถูกโฉลกกับท่านเมื่อท่านอธิษฐานจิตตามที่ผมบอกท่านอาจสัมผัสกับพลังพระได้ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยสัมผัสกับพลังพระมาได้ก่อนเลย ท่านฟังดูแล้วคิดว่ายังไง แปลกหรือไม่ และถ้าท่านอธิษฐานจิตตามที่ผมบอกแล้วสัมผัสพลังพระได้จริง ท่านคิดว่ายังไง การสัมผัสพลังพระโดยไม่ต้องจับองค์พระเพียงดูที่รูปพระและทำตามผมก็สัมผัสพลังพระได้ และท่านอาจจะหารูปพระสมเด็จวัดระฆังของใครก็ได้ จะเป็นพระสมเด็จองค์ดัง องค์ครูก็ได้ นำมาประกบกับพระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้แล้วส่งรูปมาที่ไลน์ของผม อธิษฐานจิตตามผมบอกดูว่าพระสมเด็จวัดระฆังองค์ไหนของใครจะมีพลังที่แรงกว่ากัน ผมให้ท่านพิสูจน์ถึงขนาดนี้เลย มีใครที่ไหนที่ให้ท่านได้ขนาดนี้ พระสมเด็จวัดระฆังที่ท่านชอบอาจจะดูสวยบางทีอาจเป็นแค่เครื่องประดับก็เป็นไปได้คือพระไม่มีพลัง หรือเป็นพระที่พลังน้อยกว่าองค์นี้มาก ท่านชอบแบบไหน คนมีบารมีจะได้ครอบครองพระสมเด็จวัดระฆังแท้ที่มีพลังพุทธานุภาพสูง ความแตกต่างรอยจารของพระกริ่งปวเรศและพระสมเด็จวัดระฆัง ก้นพระกริ่งปวเรศ อักขระตัวบนคือตัว"อิ" ที่หมายถึงหัวใจพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ตัว"อิ"ที่มาจาก "อิสวาสุ" ที่หมายถึง หังใจพระรัตนตรัย ....ส่วนด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆังอักษรตัวบนที่อยู่ตรงกลางคือ"นะมหาละลวย"ที่จะไปปรากฎอยู่ที่ตรงด้านหลังไหล่ขวาของพระกริ่งปวเรศ มีตัวอย่างให้ชมและพิจารณา https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

พระกริ่งปวเรศEP24 (หลังจารยันต์เฑาะว์ พิมพ์จุกสร้างปี พ.ศ.๒๔๐๐)


พระกริ่งปวเรศ พิมพ์จุก สร้างปี พ.ศ.๒๔๐๐ องค์พระผิวสีน้ำตาลเข็มเกือบดำ บัวหลังด้านซ้ายจาร พ.ศ. ๒๔๐๐ บัวหลังด้านขวาจาร "นะมะพะทะ" หลังองค์พระจารยันต์"เฑาะว์" ยันต์เฑาะว์ นี้มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง มีรูปแบบมากมายหลายแบบ ยันต์เฑาะว์นี้ เป็นยันต์แก้วสารพัดนึก เป็นของวิเศษที่มีพุทธคุณสูงมากพระธรรมในพระพุทธศาสนาของพระพุทธองค์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ล้วนสรุปรวบยอดลงในยันต์เฑาะว์ตัวเดียวนี่ ตามตำนานแล้วกล่าวว่าพระฤษี ๑๐๘ ตนเป็นผู้ชักยันต์นี้ขึ้นมา จึงมีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ถือเป็นยันต์ครูที่ต้องศึกษา ยันต์เฑาะว์ พุทธคุณพลิกแพลงใช้ได้สารพัด แล้วแต่ครูบาอาจารย์จะเรียนสูตรไปทางด้านไหน เด่นในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย ขับไล่ภูติผีปีศาจ เจรจาค้าขาย มหาอุดหยุดลูกปืน แก้โรคภัยไข้เจ็บทั้งภายในและภายนอก พระแท้มีพลังสัมผัสได้ พระกริ่งปวเรศชุดนี้มีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำทั่วไปที่ว่าได้สร้างไว้ ๓๐ องค์และไม่นานมานี้บอกว่ามีเพิ่มมาอีก ๑๐๐ องค์ มีทั้งหนังสือพิมพ์บางฉบับและหนังสือพระเครื่องบางเล่มได้ลงรายละเอียดเอาไว้ โดยบอกว่าหลวงชำนาญขออนุญาตกรมพระยาปวเรศสร้างเพิ่ม ทำไมข้อมูลนี้พึ่งจะมาบอกไม่กี่ปีนี้เอง ท่านก็ลองพิจารณาดูครับว่ามีเหตุผลอะไร ส่วนที่ผมบอกว่าพระกริ่งปวเรศชุดนี้มีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำนั้นมีอะไรมาพิสูจน์ การพิสูจน์คือการสัมผัสพลังพระ คนที่สัมผัสพลังพระได้จะรู้ว่าพระกริ่งปวเรศองค์ไหนมีพลังพุทานุภาพที่สูงกว่ากัน สำหรับใครบางคนที่คิดว่าพระกริ่งปวเรศชุดนี้จารขึ้นมาใหม่ ท่านก็ลองเดินตลาดพระและหาพระกริ่งสักองค์จะเก่าหรือใหม่ก็ได้บูชาเขามาสักองค์ถูกๆแล้วเอาเหล็กจารหรือตะปูลองมาเขียนตัวเลขหรืออักขระอะไรสักตัวดูว่าจารออกมาแล้วเป็นยังไง จารเป็นตัวเลขหรือตัวอักษรได้สวยตามลายมือที่ท่านเคยเขียนหรือไม่ และรอยจารเป็นอย่างไร เพราะถ้าจารใหม่รอยจารจะเป็นเงา ผิวสนิมโลหะไม่ได้หนามากที่จะจารได้เฉพาะผิวโลหะได้โดยไม่จารถึงเนื้อโลหะชั้นในฯ จะจารน้ำหนักมือเบาอย่างไรรอยจารก็จะจะเข้าถึงโลหะชั้นในที่มีสีทองเหลืองและขึ้นเงา แต่รอยจารที่เห็นได้จารผิวสนิมชั้นนอกถึงผิวสนิมชั้นที่ ๒ แต่ไม่ถึงโลหะชั้นใน สำหรับคนที่สนใจจะบูชาพระกริ่งปวเรศองค์ใดองค์ ๑ ในชุดนี้หรือชุดอื่นๆที่นำเสนอไปแล้วและอยากจะรู้ว่าพระกริ่งปวเรศชุดพิเศษที่ผมนำเสนอนั้นมีพลังพุทธานุภาพสูงกว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำนั้นก็ไม่ยาก โทรมาคุยตกลงเงื่อนไขกับผมให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน แล้วท่านไปหารูปพระกริ่งปวเรศของใครก็ได้นำมาประกบกับพระกริ่งปวเรศของผมแล้วส่งรูปมาที่ไลน์ของ แล้วคุยกับผมๆจะให้ท่านอธิษฐานจิตตามผม ถ้าพระกริ่งปวเรศองค์ใดองค์หนึ่งถูกโฉลกกับท่านๆอาจสามารถสัมผัสพลังของพระกริ่งได้แล้วผมจะให้ท่านอธิษฐานต่อไปตามที่ผมบอกเพื่อให้ท่านจะได้รู้ว่าพระกริ่งปวเรศเนื้อนวกลับดำกับพระกริ่งปวเรศชุดนี้องค์ไหนมีพลังมากกว่ากัน วิธีการสัมผัสพลังแบบนี้ท่านอาจจะคิดว่าดีหรือไม่และที่สำคัญกว่านั้นการสัมผัสพลังแบบนี้ไม่ได้จับองค์พระแค่เพ่งดูที่รูปพระก็สัมผัสพลังได้ ถ้าวิธีแบบนี้เป็นจริงท่านคิดว่าอย่างไร จะเชื่อใครดีพิจารณาดูก่อนตัดสินใจที่จะโทรมาคุยกับผมนะครับ https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

พระกริ่งปวเรศEP23(พิมพ์ห่มคลุม พ.ศ.๒๔๑๔ จารทั้งองค์)

พระกริ่งปวเรศพิมพ์ห่มคลุมที่สร้างในปี พ.ศ.๑๔๑๔ น่าจะเป็นพระกริ่งรุ่นสุดท้ายที่หลวงปู่โตร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วย ข้อสังเกตพระกริ่งปวเรศที่ทันหลวงปู่โตปลุกเสกนั้นส่วนใหญ่ก้นพระกริ่งจะลึกแบบก้นครกบดยา การสร้างพระกริ่งปวเรศก้นครกบดยาจะยากกว่าพระกริ่งปวเรศก้นถ้วยมากนัก ฝีมือช่างในสมัยนั้นน่าจะมีความสามารถไม่ธรรมดาเลยจริงๆ พระกริ่งปวเรศยุคต้นแทบจะไม่มีการตกแต่งองค์พระให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย พระกริ่งปวเรศชุดนี้ก็เป็นชุดพิเศษเช่นกันที่มีการจารอักขระและปี พ.ศ.ที่สร้างกำกับไว้ด้วยแต่ไม่มีการปลุกเสกเพิ่มเหมือนกับพระกริ่งปวเรศยุคต้น พ.ศ. ๒๓๗๐,๒๓๗๕และ๒๓๘๐ เพราะหลวงปู่โตได้ถึงแก่ชีพิตักษัยในปี พ.ศ.๒๔๑๕ เคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่ารอยจารก้นพระกริ่งปวเรศและรอยจารด้านหลังของพระสมเด็จวัดระฆังชุดพิเศษจะมีรอยจารทั้งอักขระและลายมือเดียวกัน เปรียบเทียบตัวอย่างทั้งก้นพระกริ่งปวเรศและด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆังว่าเหมือนหรือต่างกันหรือไม่อย่างไร ก้นพระกริ่งปวเรศที่นำมาเปรียบเทียบให้ดูเป็นกันพระกริ่งปวเรศพิมพ์สายหน้าจีนเพราะก้นพระกริ่งจะมีความลึกน้อยกว่าพิมพ์อื่นและมองเห็นค่อนข้างชัด ความต่างเล็กน้อยที่ก้นพระกริ่งปวเรศด้านบนสุดจารตัว"อิ"ตัวเดียว ที่ไม่ใช่ "อิสวาสุ" ที่หมายถึงหัวใจพระรัตนตรัยที่ต้องจาร ๓ ตัว แต่หมายถึง "อิกะวิติ"ที่เป็นหัวใจพระพุทธเจ้า จารตัวเดียว ส่วนพระสมเด็จวัดระฆังเป็น "นะมหาละลวย"แต่ตำแหน่งที่จารตำกว่าคำว่า"นะ"ที่อยู่ทางซ้ายและ"โม"ที่อยู่ทางขวา แต่คำว่า"อิ"จะอยู่ในตำแหน่งสูงที่สุด ดูจากรอยจารที่ก้นพระกริ่ง ดังนั้น พระกริ่งปวเรศที่จารหัวใจพระพุทธเจ้าลงไปนั้นย่อมหมายถึงพระกริ่งปวเรศองค์นั้นมีญาณของพระพุทธเจ้าด้วย ท่านที่มีญาณพิเศษหรือสัมผัสพิเศษอาจจะรับรู้ได้ ขั้นตอนการอธิษฐานจิตปลุกเสกหลวงปู่โตได้อัญเชิญพระพุทธเจ้ามาเป็นประธานเป็นโลกของกายทิพย์ ที่บางท่านอาจเรียกอทิสมานกาย และมีพระอรหันต์สาวก เหล่าเทวดาทั้งหลายมาร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วย การอันเชิญใช่ว่าพระทุกองค์จะอัญเชิญมาได้นะครับ เรื่องการสัมผัสรับรู้กระแสญาณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและการสัมผัสพลัง บางคนคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ(เรื่องของเขาไม่สนใจและไม่จำเป็นต้องอธิบาย) ส่วนคนที่สามารถสัมผัสพลังและรับรู้กระแสญาณของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้นั้นก็มีไม่น้อย ต้องพิจารณาว่าท่านชอบแบบไหน https://www.facebook.com/PhraSomdejWa... 092 339 5410,080 629 2955